คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 4 รายการ
(ค้นหา: "การออกแบบ")
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Design and Development of an Emergency Luminaire with Automatic Test Result Logging and Transmission
บทความวิจัยฉบับนี้นำเสนอการออกแบบและพัฒนาโคมไฟฟ้าฉุกเฉินที่สามารถทดสอบการทำงาน บันทึกผล และส่งข้อมูลผ่านระบบวายฟายได้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดภาระในการตรวจสอบและบันทึกผลด้วยบุคลากร โดยเฉพาะในกรณีที่ติดตั้งโคมไฟในตำแหน่งสูงหรือมีจำนวนหลายจุดภายในอาคาร ระบบที่พัฒนาขึ้นใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ ร่วมกับวงจรประจุแบตเตอรี่แบบกระแสคงที่และแรงดันคงที่ มีไมโครคอนโทรลเลอร์ STM32F030F4P6TR ทำหน้าที่ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ ตรวจสอบสถานะการทำงาน และสั่งการทดสอบโคมไฟฉุกเฉินที่ใช้หลอดแอลอีดี MR16 ขนาด 3 วัตต์ จำนวน 2 หลอด ข้อมูลผลการทดสอบถูกส่งผ่านไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32-WROOM-32U ไปจัดเก็บบน Google Sheets แบบอัตโนมัติผ่านระบบวายฟาย การทดสอบระบบอ้างอิงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมการติดตั้งระบบการให้แสงสว่างฉุกเฉิน (มอก. 2690-2558) ครอบคลุมการทดสอบแบบติดตั้งใหม่ การทดสอบตามระยะเวลา และการทดสอบกรณีไม่ผ่านเกณฑ์ ผลการทดลองพบว่าระบบสามารถบันทึกวัน เวลา ระยะเวลาทดสอบ และสถานะผลการทดสอบได้ถูกต้อง ทั้งในกรณีผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์ พร้อมทั้งสามารถส่งข้อมูลขึ้นระบบออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ เมื่อเกิดความขัดข้องของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ โคมไฟฉุกเฉินสามารถส่องสว่างได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด แสดงให้เห็นว่า
ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสาหรับประยุกต์ใช้กับการตรวจสอบ
โคมไฟฟ้าฉุกเฉินในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Image Processing on the CIFAR-10 Dataset Using Convolutional Neural Networks (CNN)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้(1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน
(Convolutional Neural Network: CNN) สำหรับการจำแนกภาพจากชุดข้อมูล CIFAR-10 และ (2) เพื่อ
เปรียบเทียบประสิทธิภาพของโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน (CNN) กับเทคนิคพื้นฐาน สำหรับการ
จำแนกภาพจากชุดข้อมูล CIFAR-10 โดยวิธีการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรม
โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน ประกอบด้วย ชั้นคอนโวลูชัน ชั้นพูลลิง และชั้นเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ พร้อม
ทั้งใช้เทคนิคการปรับปรุงประสิทธิภาพของโมเดล เช่น การใช้ฟังก์ชันกระตุ้น การลดปัญหา overfitting และการ
ปรับพารามิเตอร์ของโมเดล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวัดค่าความแม่นยำ (Accuracy) และค่าความสูญเสีย (Loss)
ผลการวิจัย พบว่า (1) โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน สามารถเรียนรู้คุณลักษณะของภาพจากชุด
ข้อมูล CIFAR-10 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ (2) ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ พบว่าโครงข่ายประสาทเทียม
แบบคอนโวลูชัน มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยค่าความถูกต้องแม่นยำ เท่ากับ 0.7015 รองลงมา คือ HOG + SVM
(Accuracy = 0.6208) และ LBP + k-NN (Accuracy = 0.1012) ตามลำดับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโครงข่าย
ประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน มีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านการประมวลผลภาพจริง
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Implementation of Web Application: The Tracking and Management of Electronic Equipment System of a P
หัวใจหลักสำคัญในการดำเนินงานภายในองค์กรสิ่งหนึ่ง คือ อุปกรณ์ที่สนับสนุนการทำงานรวมถึงการบริหารจัดการอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตามการดำเนินงานดังกล่าวมักพบว่ามีข้อผิดพลาด และส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการบริหารจัดการอุปกรณ์สนับสนุนเหล่านั้น และการติดตามสถานที่ตั้งของอุปกรณ์ ทางผู้วิจัยจึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับการติดตามและบริหารจัดการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากองค์กรภาคเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในรูปแบบเว็บไซต์ที่สามารถทำงานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer-PC) ผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) และบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile) สำหรับการดำเนินงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้นจะดำเนินการเฉพาะในส่วนของการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ส่วนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการอุปกรณ์จะดำเนินการผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยใช้ภาษาเอชทีเอ็มแอล (HTML) และ ภาษาพีเอชพี (PHP) ในการพัฒนาระบบ นอกจากนี้ XAMPP 8.0.3 ถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล โดยทำการทดสอบระบบผ่าน Google Chrome และ Microsoft Edge มีการประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คนและผู้ใช้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจำนวน 8 คน ผ่านการประเมินโดยใช้วิธีการมาตราส่วนลิเคิร์ต (Likert Scale) จำนวน 5 ระดับ จากการพิจารณาค่ากลาง (x ̅) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation-SD) ผ่านการออกแบบด้วยกระบวนการแบบอาไจล์ (Agile Methodology) และทดสอบระบบด้วยเทคนิคแบบกล่องดำ (Black box Testing) ด้วยวิธีการ Functional Design Verification Tests (FDVT)
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
The Analysis of Development of Instructional Knowledge of Dissertation in Thailand
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ (1) ศึกษาลักษณะองค์ความรู้ในการจัดการเรียนการสอนที่ได้จากวิทยานิพนธ์ของประเทศไทย และ (2) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบพัฒนาการองค์ความรู้ในการจัดการเรียนการสอนที่ได้จากวิทยานิพนธ์ของประเทศไทยในช่วงปีการศึกษา 2553–2562 แหล่งข้อมูลในการวิจัยนี้คือวิทยานิพนธ์สาขาวิชาหลักสูตรและการสอนของคณะครุศาสตร์และคณะศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งระดับปริญญาเอกและปริญญาโทของประเทศไทยที่เผยแพร่ในฐานข้อมูลช่วงปีการศึกษา 2553–2562 และเป็นวิทยานิพนธ์ภาษาไทยเท่านั้น จำนวนรวมทั้งสิ้น 4,370 ฉบับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการทำเหมืองข้อมูลและการวิเคราะห์บรรณมิติ
ผลการวิจัยพบว่า (1) มหาวิทยาลัยทั้งสี่กลุ่มส่วนใหญ่เน้นการวิจัยเชิงทดลอง โดยตัวอย่างวิจัยเป็นครูและนักเรียนที่เป็นผู้เล่นหลักในการเรียนการสอน การออกแบบการวัดส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยทุกกลุ่มเลือกศึกษาตัวแปรผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคิดเห็น ความพึงพอใจ และเจตคติ แต่ศึกษาตัวแปรทักษะและความสามารถจำนวนน้อยมาก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติทดสอบที และค่าประสิทธิภาพ E1/E2 อีกทั้งพบการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและการตีความมาช่วยอธิบายคำถามวิจัยเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของการออกแบบนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยทั้งสี่กลุ่มเลือกพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้มากที่สุด และ (2) มหาวิทยาลัยทั้งสี่กลุ่มมีพัฒนาการองค์ความรู้ในการจัดการเรียนการสอนที่สังเกตเห็นได้ไม่โดดเด่นมากเท่าที่ควร ทั้งการออกแบบการวิจัย การออกแบบการวัด การออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูล และการออกแบบนวัตกรรมทางการศึกษา โดยผู้ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในการเรียนการสอน คือ ครู นักเรียน ผู้บริหาร และนักการศึกษา นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยเปิดและมหาวิทยาลัยราชภัฏจะเน้นผู้ได้รับประโยชน์โดยอ้อม เช่น ชุมชนและท้องถิ่น