พบ 12 รายการ (ค้นหา: "Environment")
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Can a “Sinful” Brand Be Loved? Examining Corporate Evaluations and CSR Domain Perceptions as Drivers
ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์ 2569 Corporate Social Responsibility and 1,479 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์
-
-
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Cultural Tourism: Factors Influencing the Transmission of Cultural and Culinary Heritage in Phuket,
ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน 2569 Geojournal of Tourism and Geosites 2,494 0 คณะวิทยาศาสตร์และเทค
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน
-
-
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 3
IoT-Based Sign Language Recognition System
ผศ.สุรเทพ แป้นเกิด 2569 Engineering Transactions: A Researc 3,470 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.สุรเทพ แป้นเกิด
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบแปลภาษามือตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบเรียลไทม์โดยใช้แนวคิดการประมวลผลแบบไฮบริดระหว่างเว็บไคลเอนต์และอุปกรณ์ IoT ระบบใช้ MediaPipe ส าหรับสกัดพิกัดจุดข้อต่อของมือจ านวน 42 ค่าแทนการใช้ภาพถ่ายดิบ เพื่อลดความซับซ้อนของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล จากนั้นน าข้อมูลพิกัดไปจ าแนกด้วยโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบหลายชั้น (MLP) บนไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 โดยประยุกต์ใช้แนวคิดรูปแบบมาตรฐาน (Canonical Form) เพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างมือซ้ายและขวา ผลการทดลองพบว่าระบบสามารถแปลภาษามือตัวอักษรภาษาอังกฤษ A–Z (ยกเว้น J และ Z) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าความถูกต้องเฉลี่ยเท่ากับ 91.67% และสามารถท างานได้อย่างเสถียรในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลเชิงโครงสร้างร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบไฮบริดช่วยให้ระบบแปลภาษามือมีความแม่นย าสูง เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้บนอุปกรณ์ IoT ที่มีข้อจ ากัดด้านทรัพยากร
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Authenticity Matters: Linking CSR Motives, CSR-­ Company Fit, and Engagement in Emerging Market Reta
ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์ 2569 Corporate Social Responsibility and 2,163 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์
เมื่อความตระหนักด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมผู้บริโภคภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 การทำความเข้าใจว่าผู้บริโภครับรู้และตีความ แรงจูงใจในการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) ของศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างไร ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับการศึกษาไม่มากนัก การศึกษานี้อาศัย ทฤษฎีการอ้างเหตุ (Attribution Theory) เป็นกรอบแนวคิด โดยนำ ความแท้จริงของ CSR (CSR Authenticity) และ ความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กร (CSR-Company Fit) มาบูรณาการเข้ากับกรอบการรับรู้แรงจูงใจในการดำเนิน CSR เพื่อศึกษาว่าปัจจัยดังกล่าวมีอิทธิพลต่อ การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์ (Consumer Social Media Engagement) อย่างไร ผลการสำรวจข้อมูลจากตลาดเกิดใหม่พบว่า แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยค่านิยม (Value-Driven Motives) มีอิทธิพลต่อการรับรู้ความแท้จริงของ CSR มากที่สุด รองลงมาคือ แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder-Driven Motives) ขณะที่ แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ขององค์กร (Egoistic-Driven Motives) และ แรงจูงใจเชิงกลยุทธ์ (Strategy-Driven Motives) ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ความแท้จริงของ CSR ยังช่วยเพิ่มการรับรู้ถึงความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กร และมีอิทธิพลโดยตรงต่อการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กรทำหน้าที่เป็น ตัวแปรส่งผ่านเชิงเสริม (Complementary Mediator) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ความแท้จริงของ CSR เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการรับรู้แรงจูงใจในการดำเนิน CSR กับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค อีกทั้งยังช่วยขยายองค์ความรู้ของทฤษฎีการอ้างเหตุ โดยอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแรงจูงใจในการดำเนิน CSR แต่ละรูปแบบส่งผลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันอย่างไร และนำเสนอข้อค้นพบใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการสื่อสาร CSR ในธุรกิจค้าปลีกของตลาดเกิดใหม่
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
Comparative Study of YOLO Architectures for Detecting Complex Weld Defects under Label Ambiguity
ผศ.สุรเทพ แป้นเกิด 2569 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉ 3,563 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.สุรเทพ แป้นเกิด
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)พัฒนาแบบจ าลองตรวจจับข้อบกพร่องของรอยเชื่อมด้วยสถาปัตยกรรม YOLO จ านวน 3 เวอร์ชัน2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจ าลอง YOLOv11l, YOLOv12lและ YOLOv26lภายใต้เงื่อนไขการทดลองเดียวกัน 3) วิเคราะห์ผลการตรวจจับข้อบกพร่องของรอยเชื่อมรายคลาส ได้แก่ รอยแตก (Crack), รูพรุน (Porosity), สะเก็ดเชื่อม (Spatter) และแนวเชื่อม (Weld Line)4) พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบส าหรับการตรวจจับข้อบกพร่องของรอยเชื่อมโดยท าการศึกษาชุดข้อมูลจาก Roboflow Universe จ านวน 5,544 ภาพ และท าการประเมินผลด้วยตัวชี้วัด ผลการทดลองพบว่า YOLOv26l ให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยเฉพาะเมื่อฝึกที่ 300 epochs ซึ่งให้ค่า Precision = 0.91, Recall = 0.876, mAP50 = 0.908,mAP50–95 = 0.773และ F1-score = 0.89แสดงถึงความสามารถในการตรวจจับและระบุต าแหน่งข้อบกพร่องได้อย่างแม่นย าเหนือกว่าโมเดลอื่น นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์รายคลาสชี้ว่าโมเดลสามารถจ าแนก Crack และ Weld Line ได้ดีอย่างสม ่าเสมอ ขณะที่ Porosity และ Spatter ยังคงมีความท้าทายเนื่องจากความคล้ายคลึงกับพื้นหลัง ทั้งนี้โมเดล YOLOv26l ถูกน าไปประยุกต์ใช้งานบนเว็บแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้น ซึ่งสามารถใช้ตรวจจับข้อบกพร่องในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนศักยภาพของสถาปัตยกรรม YOLO รุ่นใหม่ส าหรับการตรวจสอบคุณภาพรอยเชื่อมในภาคอุตสาหกรรมอย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ยังมีข้อจ ากัดจากการใช้ชุดข้อมูลสาธารณะเพียงชุดเดียว จึงอาจยังไม่ครอบคลุมสภาพแวดล้อมจริงทั้งหมด
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
MARKETING MIX FACTORS AFFECTING THE DECISION TO BUY TICKETS VIA ONLINE APPLICATIONS OF GENERATION Z
ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล 2569 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ 1,903 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1. ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดและการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีและ2. ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีโดยงานวิจัยในครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างคือผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีใช้วิธีสุ่มตัวอย่างที่ไม่อาศัยหลักความน่าจะเป็นประเภทการเลือกตัวอย่างตามความสะดวกเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีกลุ่มเจเนอเรชันซีเป็นจํานวนมากอยู่ในแพลตฟอร์มจํานวน400 คนใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ค่าความถี่ร้อยละค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติเชิงอนุมานได้แก่การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่า1. ภาพรวมของความคิดเห็นของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดอยู่ในระดับมากโดยด้านที่มากที่สุดคือด้านกระบวนการและด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพภาพรวมของระดับความคิดเห็นของการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมากโดยด้านที่มากที่สุดคือการตระหนักถึงปัญหาหรือความต้องการและ2. ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่าปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีมีทั้งหมด2 ปัจจัยคือปัจจัยด้านกระบวนการและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพส่งผลเชิงบวกต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่.01 ส่วนปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดด้านการส่งเสริมการตลาดส่งผลเชิงลบต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่.05
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q2
Improving English Education at Thai Universities: Integration of Digital Learning
อ.ดร.กรกช ม่วงแกม 2568 Forum for Linguistic Studies 1,839 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2568  |  เจ้าของผลงาน : อ.ดร.กรกช ม่วงแกม
การศึกษาวิจัยเชิงเอกสารนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาการยกระดับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยไทย โดยมุ่งเน้นการบูรณาการแนวทางการเรียนรู้ภาษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนโยบายสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษานี้มุ่งสำรวจบทบาทของโปรแกรมการเรียนรู้ภาษาโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (Computer-Assisted Language Learning: CALL) กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาโดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ช่วย (Mobile-Assisted Language Learning: MALL) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาออนไลน์ ในการส่งเสริมความสามารถทางภาษา เพิ่มการมีส่วนร่วมและแรงจูงใจของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งข้อมูลภาษาที่ใช้จริง สนับสนุนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะบุคคล เอื้อต่อการเรียนรู้แบบร่วมมือ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพของผู้สอน อย่างไรก็ตาม การนำแนวทางการเรียนรู้ภาษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าวไปใช้และบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ช่องว่างด้านความรู้และทักษะดิจิทัล การต่อต้านหรือความไม่พร้อมต่อการปรับเปลี่ยนแนวทางการสอน โอกาสในการใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนที่มีจำกัด ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร ปัจจัยทางวัฒนธรรม ตลอดจนการขาดการสนับสนุนจากสถาบันและกรอบนโยบายที่เพียงพอ เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว การศึกษานี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นโยบายระดับสถาบันควรให้ความสำคัญกับองค์ประกอบสำคัญหลายประการ ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการศึกษา การจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง การจัดโอกาสในการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้สอนและบุคลากร การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างทักษะทางภาษา ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการทดลอง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการทำงานร่วมกัน ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษานี้ ได้แก่ การยกระดับผลลัพธ์ด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ การส่งเสริมความเสมอภาคในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ภาษา การสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐาน การส่งเสริมการเติบโตทางวิชาชีพของผู้สอน การเพิ่มการมีส่วนร่วมและแรงจูงใจของผู้เรียน การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก การเพิ่มศักยภาพในการมีงานทำของผู้เรียน ตลอดจนการส่งเสริมความก้าวหน้าด้านการวิจัยและนวัตกรรม
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q2
Lecture-Based and Project-Based Approaches to Instruction, Classroom Learning Environment, and Deep
ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์ 2567 European Journal of Educational Res 1,944 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2567  |  เจ้าของผลงาน : ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์
สถาบันอุดมศึกษาโดยทั่วไปใช้ทั้งการจัดการเรียนการสอนแบบบรรยายและการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาว่าลักษณะใดของสภาพแวดล้อมการจัดการเรียนการสอนแบบบรรยายและแบบโครงงานที่มีส่วนส่งเสริมแนวทางการเรียนรู้แบบเชิงลึก (deep approach) และแนวทางการเรียนรู้แบบผิวเผิน (surface approach) ของนักศึกษา ผู้วิจัยเก็บรวบรวมและเปรียบเทียบข้อมูลจากแบบสำรวจของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เรียนรายวิชาวิศวกรรมโยธา โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบบรรยาย จำนวน 181 คน และกลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน จำนวน 142 คน การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการโดยควบคุมอิทธิพลของการมุ่งเป้าหมายด้านแรงจูงใจของนักศึกษา ผลการศึกษาพบความสัมพันธ์ทางบวกระหว่างการเรียนรู้เชิงลึกกับระดับของวัฒนธรรมการสืบเสาะหาความรู้และการมีส่วนร่วมของนักศึกษาในชั้นเรียนที่ใช้การจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน นอกจากนี้ ระดับการมุ่งเน้นงานที่สูงขึ้นในชั้นเรียนแบบโครงงานมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับแนวทางการเรียนรู้แบบผิวเผิน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของบรรยากาศการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการสืบเสาะหาความรู้และการมีส่วนร่วมต่อแนวทางการเรียนรู้ของนักศึกษา รวมถึงนัยต่อการออกแบบหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงานและแบบบรรยาย
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
FACTORS AFFECTING THE DECISION-MAKING PROCESS TO PURCHASE AN ELECTRIC VEHICLE
ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ 2567 วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุว 1,613 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2567  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ
านวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของปัจจัยด้านทัศนคติจิตวิทยา ส่วนประสมทางการตลาด(4P’s)และคุณค่าตราสินค้าที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและ 2) เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยด้านทัศนคติ จิตวิทยา ส่วนประสมทางการตลาด(4P’s)และคุณค่าตราสินค้าที่ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ผ่าน Google form เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคือผู้ที่ไม่มีประสบการณ์และมีประสบการณ์ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็น (Non-probability Sampling) โดยสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Specific Sampling)จากกลุ่ม Facebook ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า 5 กลุ่ม จํานวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมานได้แก่ การวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านจิตวิทยา ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาด(4P’s)และปัจจัยด้านคุณค่าตราสินค้า ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ.05 โดยปัจจัยที่ศึกษาสามารถอธิบายกระบวนการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้ร้อยละ 61.15 จากผลการวิจัยนําไปสู่ข้อเสนอแนะว่าผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าควรสร้างความตระหนักถึงการใช้พลังงานสะอาดและการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงจุดเด่นด้านค่าใช้จ่ายที่ประหยัดมากกว่าการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ํามัน นอกจากนี้ควรให้ความสําคัญกับการรับประกันสินค้าและการบริการหลังการขายรวมถึงการมีศูนย์ซ่อมบริการที่เพียงพอ
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Feng Shui Belief Factors Affecting Housing Valuation
ผศ.ภานุพงศ์ นิลตะโก 2567 Rajabhat Rambhai Barni Research Jou 1,824 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2567  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ภานุพงศ์ นิลตะโก
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อทราบความเชื่อมโยงระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาบ้านจัดสรรของศาสตร์ฮวงจุ้ยและปัจจัยในการพิจารณามูลค่าตลาดบ้านจัดสรร ตามหลักการประเมินราคาทรัพย์สิน ด้วยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด (2) เสนอแนะแนวทางการประเมินราคาทรัพย์สินในการคำนึงถึงปัจจัยด้านฮวงจุ้ย กลุ่มตัวอย่าง คือ (1) กลุ่มผู้แทนบริษัทชั้นนำที่รับจัดทำฮวงจุ้ยและผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยในอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครที่มีผลงานร่วมการทำงานกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 6 คน โดยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (2) กลุ่มผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน จำนวนกลุ่มตัวอย่างคิดเป็น 320 คน โดยการเก็บแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย ผลการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านฮวงจุ้ย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาบ้านจัดสรร ได้แก่ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมของโครงการ และปัจจัยด้านองค์ประกอบของบ้านจัดสรร นำไปสู่การจัดทำแบบสอบถามได้ โดยมีผลการสอบถามปัจจัยที่มีผลต่อราคาบ้านจัดสรรโดยผู้ประเมินราคาทรัพย์สินในระดับ มากที่สุด คือ ขนาดเส้นทางในโครงการ ทำเลที่ตั้งของบ้านในโครงการ ขนาดพื้นที่บ้าน และวัสดุก่อสร้างบ้าน และติดตั้งภายในถาวร ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยในการพิจารณามูลค่าตลาดบ้านจัดสรรที่ผู้ประเมินราคาทรัพย์สินพบเห็นทุกครั้ง และสามารถอธิบายที่มาของมูลค่าได้