คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 27 รายการ
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 3
IoT-Based Sign Language Recognition System
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบแปลภาษามือตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบเรียลไทม์โดยใช้แนวคิดการประมวลผลแบบไฮบริดระหว่างเว็บไคลเอนต์และอุปกรณ์ IoT ระบบใช้ MediaPipe ส าหรับสกัดพิกัดจุดข้อต่อของมือจ านวน 42 ค่าแทนการใช้ภาพถ่ายดิบ เพื่อลดความซับซ้อนของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล จากนั้นน าข้อมูลพิกัดไปจ าแนกด้วยโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบหลายชั้น (MLP) บนไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 โดยประยุกต์ใช้แนวคิดรูปแบบมาตรฐาน (Canonical Form) เพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างมือซ้ายและขวา ผลการทดลองพบว่าระบบสามารถแปลภาษามือตัวอักษรภาษาอังกฤษ A–Z (ยกเว้น J และ Z) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าความถูกต้องเฉลี่ยเท่ากับ 91.67% และสามารถท างานได้อย่างเสถียรในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลเชิงโครงสร้างร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบไฮบริดช่วยให้ระบบแปลภาษามือมีความแม่นย าสูง เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้บนอุปกรณ์ IoT ที่มีข้อจ ากัดด้านทรัพยากร
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q3
Depression analysis using behavior tracking and facial expression recognition during PHQ-9 assessmen
The objective of this research is to comparatively study the analysis of depression potentiality from videos recorded during PHQ-9 assessment and clinical psychologists’ expertise (psychometric) in major depression disorder diagnosis by implementing experimental research from three subject groups. The subjects were selected by using the purposive sampling method, and they consented according to the Human Research Ethics Committee. In addition, the data were collected via experimentation at the Psychiatry and Drug Addiction Subdivision of the hospital by using a research tool created from the application of facial expression recognition pre-training model, user behavior tracking, and PHQ-9 questionnaire in accordance with clinical manifestations. The relationship between PHQ-9 questions and the subjects’ emotions, which occurred while they are taking the questionnaires, are analyzed by using correlation statistics. After that, the results are compared by three clinical psychologists who have been specializing in depression diagnosis for more than seven years. The relationship exhibits the following interesting outcomes: 1) The correlation result showed a significant relationship between PHQ-9, emotion, behavior tracking, and reaction time with real subjects (Experimental group) but not significant with fake subjects (Experimental excluded group); and 2) Most of the emotions derived from the experiment have similar trends. To elaborate, the untreated subjects and the subjects who are undergoing treatment are prone to sadness, whereas the normal subjects tend to be happy, and the result barely has a relationship with PHQ-9
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Design and Development of an Emergency Luminaire with Automatic Test Result Logging and Transmission
บทความวิจัยฉบับนี้นำเสนอการออกแบบและพัฒนาโคมไฟฟ้าฉุกเฉินที่สามารถทดสอบการทำงาน บันทึกผล และส่งข้อมูลผ่านระบบวายฟายได้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดภาระในการตรวจสอบและบันทึกผลด้วยบุคลากร โดยเฉพาะในกรณีที่ติดตั้งโคมไฟในตำแหน่งสูงหรือมีจำนวนหลายจุดภายในอาคาร ระบบที่พัฒนาขึ้นใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ ร่วมกับวงจรประจุแบตเตอรี่แบบกระแสคงที่และแรงดันคงที่ มีไมโครคอนโทรลเลอร์ STM32F030F4P6TR ทำหน้าที่ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ ตรวจสอบสถานะการทำงาน และสั่งการทดสอบโคมไฟฉุกเฉินที่ใช้หลอดแอลอีดี MR16 ขนาด 3 วัตต์ จำนวน 2 หลอด ข้อมูลผลการทดสอบถูกส่งผ่านไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32-WROOM-32U ไปจัดเก็บบน Google Sheets แบบอัตโนมัติผ่านระบบวายฟาย การทดสอบระบบอ้างอิงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมการติดตั้งระบบการให้แสงสว่างฉุกเฉิน (มอก. 2690-2558) ครอบคลุมการทดสอบแบบติดตั้งใหม่ การทดสอบตามระยะเวลา และการทดสอบกรณีไม่ผ่านเกณฑ์ ผลการทดลองพบว่าระบบสามารถบันทึกวัน เวลา ระยะเวลาทดสอบ และสถานะผลการทดสอบได้ถูกต้อง ทั้งในกรณีผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์ พร้อมทั้งสามารถส่งข้อมูลขึ้นระบบออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ เมื่อเกิดความขัดข้องของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ โคมไฟฉุกเฉินสามารถส่องสว่างได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด แสดงให้เห็นว่า
ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสาหรับประยุกต์ใช้กับการตรวจสอบ
โคมไฟฟ้าฉุกเฉินในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Electricity Generation from a Small Steam Boiler
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและสร้างระบบผลิตไฟฟ้าจากหม้อไอน้ำขนาดเล็ก เพื่อศึกษาหาตัวแปรที่มีผลต่อสมรรถนะของระบบ โดยระบบประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก 2 ส่วน คือ 1) หม้อไอน้ำชนิดท่อไฟขนาด 120 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิง หัวเผาชนิด Gun Type ติดตั้งอุปกรณ์อุ่นน้า ป้อนบริเวณปล่องไอเสีย 2) ชุดผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้าแบบ Root Blow ขนาด 1500 วัตต์ ต่อตรงกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงขนาด 500 วัตต์พร้อมระบบ การทดลองปรับตั้งความดันผลิตไอน้า 1 บาร์ และ 2 บาร์ อัตราการผลิตไอน้า 120 กิโลกรัมต่อชั่วโมง อุณหภูมิน้ำป้อนที่ 30, 45, 60 องศาเซลเซียส ทั้งกรณีไหลผ่านและไม่ผ่านอุปกรณ์อุ่นน้ำป้อน จากผลการทดลองพบว่า ที่อุณหภูมิน้ำป้อนที่ 60 องศาเซลเซียส กรณีน้ำไหลผ่านอุปกรณ์อุ่นน้ำป้อน มีประสิทธิภาพหม้อไอน้ำสูงสุด ร้อยละ 84.25 มีประสิทธิภาพกังหันไอน้ำสูงสุดและประสิทธิภาพเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับร้อยละ 87.50 และ 75.50 ตามลำดับ
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Induction Cooktop Testbench for Load Parameter Study Using a Class-E Direct AC-AC Resonant Converter
บทความนี้เสนอชุดทดสอบ (Testbench) สำหรับศึกษาค่าพารามิเตอร์วงจรสมมูลของโหลดแบบเหนี่ยวนำ (Induction load equivalent circuit) ในระบบเตาแม่เหล็กไฟฟ้าในครัวเรือน โดยใช้วงจรแปลงผันกำลังไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสสลับโดยตรงแบบเรโซแนนท์คลาสอี ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของระบบแปลงพลังงานแบบเดิม
โดยทั่วไปพารามิเตอร์ตัวเหนี่ยวนำสมมูล และความต้านทานสมมูล จะ
วัดด้วยเครื่องวัดแอลซีอาร์มิเตอร์ (LCR meter) ภายใต้สัญญาณกระตุ้น
ขนาดเล็ก (Small-signal) ซึ่งจะทำให้เกิดผลคลาดเคลื่อนเมื่อใช้งานที่
ระดับกำลังไฟฟ้าสูง บทความนี้จึงนำเสนอวิธีการศึกษาค่าพารามิเตอร์
ภายใต้สภาวะการทำงานจริง โดยใช้เงื่อนไขการสวิตช์ที่แรงดันเป็นศูนย์
(ZVS) และการสวิตช์ที่อัตราการเปลี่ยนแปลงแรงดันเป็นศูนย์ (ZVDS) ร่วมกับโครงข่ายภาระแบบขนาน (Parallel load network) ที่ระดับหนึ่งในสี่ของกำลังไฟฟ้าของพิกัดสูงสุด วิธีการที่นำเสนอนี้ให้การวิเคราะห์ที่เป็นระบบและคุณลักษณะทางไฟฟ้าของโหลดได้แม่นยำกว่าวิธีดั้งเดิม ผลการทดสอบยืนยันว่าพารามิเตอร์ที่ได้จากการนำเสนอนี้มีความสอดคล้องกับผลการทดลองในวงจรต้นแบบมากกว่าการวัดด้วยเครื่องมือวัดทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q4
HGT4REC: HYPERBOLIC GRAPH TRANSFORMER FOR SEQUENTIAL AND SOCIAL RECOMMENDATION
Sequential behaviors and social ties jointly shape user preferences; however, most prior work models them in isolation and relies on shallow fusion in Euclidean space, which struggles to capture temporal drift and hierarchical social structure. We propose a novel framework; HGT4Rec, a Hyperbolic Graph Transformer for Sequential and Social Recommendation. A graph transformer encodes item-transition dependencies to track evolving preferences along the sequence, while a hyperbolic transformer operates on the social graph to represent long-range and hierarchical influence. We further introduce FusionGRU, an adaptive gating module that integrates the two representations into a unified preference state for Top-K prediction. Experiments on Yelp, iFashion, LastFM show that HGT4Rec delivers substantial improvements over the strongest baseline, achieving +348.22% / +314.86%, +383.21% / +210.19%, and +90.85% / +9.83% in Recall@10 and NDCG@10, respectively. Our results demonstrate the value of combining graph transformers with hyperbolic space modeling and the gated fusion for next-item recommendation in sequential and social settings (our code).
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
The Relationship Between Firm Value and Stock Prices of Listed Companies in the Stock Exchange of Th
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปัจจัยทางการเงินในภาพรวม ศึกษามูลค่ากิจการ เปรียบเทียบกลุ่มปัจจัยด้านกําไรกับประเมินมูลค่า ที่มีความสัมพันธ์ต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทยั่งยืน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB) บมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.ปตท.สผ. (PTTEP) ดําเนินการเก็บข้อมูลรายไตรมาส พ.ศ. 2558-2567 วิเคราะห์แบบจําลอง Panel Econometricsพบว่า อัตรากําไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราส่วนกําไรสุทธิ (NPM) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% ส่วนกําไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% แบบจําลอง Fixed Effects จึงเหมาะสมมากกว่า Pooled OLS และประเมินปัจจัยทางการเงินได้ 79% ความสัมพันธ์ระหว่างTOBINS’Q กับราคาหลักทรัพย์ BBL พบว่า EPS และอัตราส่วนราคาต่อกําไร (P/E ratio) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ส่วน EBIT มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% KBANK พบว่า P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ NPM และ ROA มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ 90% ตามลําดับ KTBพบว่า EPS และ P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTT พบว่า EBIT, P/E ratio และอัตราการจ่ายเงินปันผล (DPR) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTTEP พบว่า EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ P/E ratio และ NPM มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% 95% และ 99% ตามลําดับ การเปรียบเทียบพบว่า กลุ่มปัจจัยด้านกําไร ได้แก่ EBIT มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 95% กลุ่มประเมินมูลค่า DPR มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99%
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
THE INFLUENCE OF FINANCIAL RATIOS ONTHESTOCK PRICESOF REAL ESTATE DEVELOPMENT COMPANIES LISTED ON TH
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของอัตราส่วนทางการเงินต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้ข้อมูลจากงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินตั้งแต่ไตรมาสที่ 1-4 พ.ศ. 2558-2567 จํานวน200 ตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้ข้อมูลประเภททุติยภูมิโดยนําข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาจัดรูปแบบและเรียงลําดับระยะเวลา แหล่งข้อมูลมาจากดัชนีราคาหลักทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่แบบจําลองการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณและวิธีสมการถดถอย ในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินทั้ง 5 ประเภทกับราคาหลักทรัพย์ได้แก่ 1) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจํากัด(มหาชน) ร้อยละ 69 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 2) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 66 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 3) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้(ประเทศไทย) จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 15 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 4) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนและอัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทศุภาลัยจํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 64 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 และ5) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเอพี(ไทยแลนด์) จํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 90 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
Factors Influencing Capital Structure and Firm Value of Companies Listed in the Stock Exchange of Th
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อโครงสร้างเงินทุนและมูลค่ากิจการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม SET100ตั้งแต่ปี 2563-2567ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่ม SET100เป็นบริษัทที่มีดัชนีราคาหุ้นที่มีมูลค่าราคาตามตลาดสูงสุด 100 อันดับแรกและการซื้อขายที่มีสภาพคล่องอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้จะมีการพิจารณาเลือกทุก ๆ 6เดือน รวมทั้งสิ้น 445 รายปีรายบริษัท (Firm-year) การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แบบจำลองสมการโครงสร้าง (SEM) ด้วยการวิเคราะห์เส้นทาง (Path analysis) ซึ่งใช้หลักการประมาณค่าด้วยความเป็นไปได้สูงสุด (Maximum Likelihood: ML) ผลการศึกษาพบว่าผลการดำเนินงานมีอิทธิต่อโครงสร้างเงินทุน ผลการดำเนินงานมีอิทธิพลต่อมูลค่าของกิจการผ่านโครงสร้างเงินทุน สินทรัพย์ที่มีตัวตนมีอิทธิพลต่อโครงสร้างเงินทุน และสินทรัพย์ที่มีตัวตนมีอิทธิพลต่อมูลค่าของกิจการผ่านโครงสร้างเงินทุน และโครงสร้างเงินทุนที่มีอิทธิพลต่อมูลค่าของกิจการ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การก่อหนี้จากแหล่งภายนอกที่เพิ่มขึ้นมีแนวโน้มเพิ่มต้นทุนเงินทุนและส่งผลต่อมูลค่ากิจการ ขณะที่โครงสร้างเงินทุนซึ่งวัดจากอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยมีอิทธิพลต่อมูลค่ากิจการอย่างมีนัยสำคัญ
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
HGKAN: Hyperbolic Graph-Based Kolmogorov–Arnold Network for Social Recommendation
Social recommendation utilizes social relationships to alleviate data sparsity and improve recommendation quality. Nevertheless, existing approaches still encounter several limitations. First, user preference structures in social networks are often hierarchical and non-Euclidean, whereas most existing models rely on Euclidean embeddings that are insufficient for capturing such complex geometries. Second, noisy social connections may propagate unreliable information and degrade representation quality. Third, commonly used multi-view fusion strategies based on multilayer perceptrons (MLPs) often lack the expressive capability required to effectively integrate heterogeneous user signals. To address these challenges, this paper proposes HGKAN (Hyperbolic Graph-Based Kolmogorov–Arnold Network), a unified framework that combines hyperbolic representation learning, graph neural networks, and KAN-based nonlinear fusion for social recommendation. Specifically, a Hyperbolic Intent Attention module is introduced to learn fine-grained and hierarchical user intent representations in hyperbolic space. In addition, a Hyperbolic Attention GCN is designed to denoise and aggregate social information while preserving complex relational structures. Furthermore, a KAN-based Multi-View Fusion Layer is developed to replace conventional MLP-based fusion, enabling more expressive and interpretable integration of preference, social, and intent representations. Extensive experiments conducted on three public benchmark datasets, including Yelp, Ciao, and Douban, demonstrate that HGKAN consistently outperforms several state-of-the-art recommendation methods. Experimental results show that the proposed framework achieves substantial improvements in both Recall@5 and NDCG@5, with all performance gains being statistically significant (p < 0.05). These findings verify the effectiveness of integrating hyperbolic geometric learning with KAN-based multi-view fusion for robust and accurate social recommendation.