พบ 74 รายการ
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
Fake News Detection on the Fake News Dataset Using GRU
ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง 2569 29 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาประสิทธิภาพของโครงข่ายประสาทเทียมแบบ Gated Recurrent Unit (GRU) ในการตรวจจับข่าวปลอม และ (2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพของโมเดล GRU กับ เทคนิคพื้นฐานในการจำแนกข่าวจริงและข่าวปลอม โดยใช้ชุดข้อมูลข่าวจากแหล่งข้อมูลสาธารณะเป็น กรณีศึกษา คือ ชุดข้อมูลข่าวปลอม (Fake News Dataset) ประกอบด้วยข่าวจริงและข่าวปลอมอย่าง ละ 10,400 รายการ รวมทั้งหมด 20,800 รายการ กระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเตรียมและทำความ สะอาดข้อมูลข้อความ ได้แก่ การตัดคำ การลบคำหยุด และการปรับรูปแบบข้อความ จากนั้นแปลงข้อมูล ข้อความให้อยู่ในรูปแบบเวกเตอร์ด้วยเทคนิค การฝังคำ เพื่อนำไปใช้ในการฝึกสอนและทดสอบโมเดล GRU และโมเดลพื้นฐาน โดยทำการแบ่งชุดข้อมูลออกเป็นชุดฝึกสอน (Training Set) ร้อยละ 80 และชุดทดสอบ (Testing Set) ร้อยละ 20 ของข้อมูลทั้งหมด โดยชุดฝึกสอนประกอบด้วยข้อมูลจำนวน 16,640 รายการ ใช้สำหรับการเรียนรู้และปรับค่าพารามิเตอร์ของแบบจำลอง ขณะที่ชุดทดสอบประกอบด้วยข้อมูลจำนวน 4,160 รายการ ใช้สำหรับประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองหลังจากกระบวนการฝึกสอนเสร็จสิ้น การประเมินประสิทธิภาพของโมเดลดำเนินการโดยใช้ตัวชี้วัด ได้แก่ ความแม่นยำ ความเที่ยงตรง ความ ครอบคลุม ค่าคะแนนเอฟหนึ่ง และ ตารางคอนฟิวชัน ผลการวิจัยพบว่า (1) โมเดล GRU สามารถจำแนกข่าว จริงและข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับสูง และ (2) โมเดล GRU มีค่าความแม่นยำเท่ากับร้อยละ 97.19 ซึ่งสูงกว่าเทคนิคพื้นฐานที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าโครงข่ายประสาทเทียมแบบ GRU มีศักยภาพในการคัดกรองข่าว เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการเผยแพร่ข่าวปลอมในสังคมดิจิทัล
รายงานวิจัย ระดับชาติ
Developing Marketing Innovation, Digital Marketing and City Brand/Tourism Product Brand for Value-Ba
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 14 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : รายงานวิจัย  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจิทัลและการสร้างตราเมือง/ตราผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อมในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) 2) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าจากการฝึกอบรมบุคลากรและผู้ประกอบการชุมชน โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญของการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 40 คน และกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเชิงปริมาณประกอบด้วยนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 800 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนา เพื่ออธิบายลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง และสถิติเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐาน ด้วยการใช้การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าความสามารถทางการแข่งขันของแหล่งท่องเที่ยว คุณค่าตราของแหล่งท่องเที่ยว และการรับรู้ต่อคุณสมบัตินวัตกรรม ส่งผลต่อปัจจัยด้านความพึงพอใจ และความตั้งใจที่จะท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว การยอมรับสื่อสังคมออนไลน์ส่งผลต่อความตั้งใจที่จะท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ผลการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณถูกใช้ในการพัฒนาแผนนวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจิทัลและการสร้างตราเมือง/ตราผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อมในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
The Algorithms for the prototyping of the depression analysis from behavioural observation while con
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับวิทยาศาสต 11 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
ภาวะซึมเศร้าเป็นปัญหาที่กระทบต่อการใช้ชีวิตของบุคคลในสังคมซึ่งเครื่องมือสำหรับการคัดกรองหรือวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ นิยมใช้การทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้า PHQ-9 ซึ่งผู้รับการประเมินอาจบิดเบือนคำตอบส่งผลให้ผลการประเมินที่ได้ไม่สมบูรณ์ จึงนำมาสู่วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อออกแบบและพัฒนาขั้นตอนวิธีของการสร้างเครื่องมือต้นแบบวิเคราะห์แนวโน้มภาวะโรคซึมเศร้าจากการสังเกตพฤติกรรมขณะทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้า PHQ-9 ผ่านโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ โดยใช้แนวทางการวิจัยเชิงทดลอง จากกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง จากกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ได้รับความยินยอมในการเป็นอาสาสมัครและทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้า PHQ-9 การวิจัยได้จำแนกพฤติกรรมทางคลินิกทั้ง 3 ด้านที่ต้องการศึกษาและนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือจับคู่ระหว่างพฤติกรรมทางคลินิกกับเครื่องมือทางเทคโนโลยี ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมที่แสดงออกระหว่างการทำแบบประเมินเป็นไปตามรูปแบบของลักษณะอาการทางคลินิกของภาวะซึมเศร้า ประกอบด้วย (1) เทคนิคการวิเคราะห์อารมณ์บนใบหน้า สำหรับนำมาใช้ในการศึกษาอาการทางคลินิ กด้านอารมณ์ ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเศร้า สีหน้าหดหู่ สะเทือนใจ ร้องไห้ง่าย โดยการตรวจจับอารมณ์ การแสดงออกทางสีหน้า การเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวของดวงตา คิ้ว และมุมปาก ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์อารมณ์บนใบหน้า (2) การติดตามพฤติกรรม สำหรับนำมาใช้ในการศึกษาอาการทางคลินิกด้านการรับรู้/ความรู้ความเข้าใจ โดยเกี่ยวข้องกับสมาธิของผู้ป่วยที่แย่ลง เหม่อลอย ความคิดช้าหรือนาน ลังเลใจ เปลี่ยนคำตอบ และระยะเวลา โดยการทำแบบประเมินและประยุกต์ร่วมกับการติดตามพฤติกรรม ระหว่างทำประเมินภาวะซึมเศร้า (PHQ-9) ผ่านโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ ด้วยเทคนิคการติดตามพฤติกรรม และ (3) เทคนิคการเคลื่อนไหวของศีรษะ สำหรับนำมาใช้ในการศึกษาอาการทางคลินิกด้านทัศนคติด้านการปฏิบัติ ประยุกต์การตรวจจับการแสดงหรือการเคลื่อนไหวของศีรษะ ด้วยเทคนิควิเคราะห์การเคลื่อนไหวของศีรษะ เพื่อประกอบการวินิจฉัยภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นของนักเรียน นักศึกษา และบุคลากร และสามารถสนับสนุนการวินิจฉัยภาวะซึมเศร้าของสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
Integrated Marketing Innovation to Promote Tourism and Hospitality with Social Enterprise Concept in
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัยสวนดุสิต 7 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้ประกอบการ และวิเคราะห์อิทธิพลของประสบการณ์การรับรู้ ความรู้ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ การให้คุณค่าด้านการท่องเที่ยวและการตลาดของกิจการเพื่อสังคม ที่มีต่อแนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ได้ใช้บริการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทย พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางด้านนวัตกรรมการตลาดแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการภายใต้บริบทของการดำเนินกิจการเพื่อสังคมมีรูปแบบผสานทั้งวิจัยเชิงคุณภาพผ่านแบบสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เคยเดินทางท่องเที่ยวธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และวิจัยเชิงปริมาณก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวน 906 ตัวอย่าง วิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยการวิเคราะห์ถดถอยแบบพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า (1) ผู้ประกอบการต้องตระหนักและให้ความสำคัญในมุมมองของนักท่องเที่ยวที่มีต่อบริการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทยภายใต้บริบทของการดำเนินกิจการเพื่อสังคม (2) ปัจจัยด้านการให้คุณค่า ปัจจัยด้านประสบการณ์ และด้านการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวและบริการมีผลสูงสุดต่อการดำเนินกิจการเพื่อสังคม และ (3) ได้นำผลมาบูณาการผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการตลาดแบบบูรณาการของธุรกิจเพื่อสังคมที่สะท้อนถึง ถึงแนวทางการดำเนินกิจการด้านนวัตกรรมที่ควรประกอบด้วย 1) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ 2) นวัตกรรมกระบวนการ และ 3) นวัตกรรมบริการ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการการท่องเที่ยวซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคมได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
ROLE OF TECHNOLOGY ACCEPTANCE MODEL (TAM) TOWARDS THE TOURISM OF EASTERN PROVINCE GROUP
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 RMUTT Global Business and Economics 27 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาถึงปจจัยที่สงผลตอการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยวและความตั้งใจที่จะทองเที่ยวในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด)งานวิจัยนี้เปน การวิจัยเชิงปริมาณประชากรในงานวิจัยนี้คือนักทองเที่ยวชาวไทยที่เคยมาทองเที่ยวในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก กลุมตัวอยางประกอบดวยนักทองเที่ยวชาวไทยจํานวน 400 คนโดยแบงเปนจังหวัดละ 100 คนซึ่ง ถูกคัดเลือกดวยวิธีการสุมตัวอยางตามความสะดวก แบบสอบถามถูกใชเปนเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูล โดยแบบสอบถามได ถูก ตรวจสอบทั้งความเที่ยงตรงของเนื้อหา และความเชื่อมั่น จากนั้นนําขอมูลมาทดสอบสมมติฐานการวิจัยดวยสถิติการวิเคราะหองคประกอบการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะหโมเดลสมการโครงสราง เพื่อศึกษาความสัมพันธระหวางตัวแปร โดยผลการวิจัยพบวา 1) ปจจัยดานการรับรูความงายในการใชและปจจัยดานความพรอมใชงานของทรัพยากร สงผลตอปจจัยดานการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยวอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .001 2) ปจจัยดานการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยวสงผ ลตอปจจัยดานความตั้งใจที่จะทองเที่ยวอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .001 แต อยางไรก็ตามปจจัยดานการรับรูประโยชน ไมสงผลตอปจจัยดานการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยว ผลการวิจัยดังกลาวถูกนํามาพัฒนาการสื่อสารการตลาดผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสงเสริมการทองเที่ยวในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Applying Data Mining Techniques to Studying the Association Rules of Yarn Businesses: Case Study of
อ.รุ่งทิพย์ โคบาล 2569 วารสารก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์ 12 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : อ.รุ่งทิพย์ โคบาล
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อการประยุกต์ใช้กฎความสัมพันธ์ของธุรกิจเส้นด้าย กรณีศึกษาบริษัทเส้นด้ายแห่งหนึ่ง ตามขั้นตอนการดำเนินการวิจัยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการค้นพบความรู้สำหรับเหมืองข้อมูลโดยนำชุดข้อมูลจากฐานข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2565 จำนวน 5,160 ชุด ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ทำความสะอาดข้อมูล และแปลงรูปแบบของข้อมูล จากนั้นนำไปสร้างแบบจำลองโดยสร้างกฎความสัมพันธ์ของข้อมูลด้วยขั้นตอนวิธีของเอฟพี-กโรธ โดยใช้เครื่องมือ RapidMiner และพิจารณาผลการประเมินประสิทธิภาพกฎความสัมพันธ์ของข้อมูลตามค่าสนับสนุน และค่าความเชื่อมั่น ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า กฎความสัมพันธ์จำนวนทั้งสิ้น 4 กฎ มีประสิทธิภาพกฎเป็นไปตามเกณฑ์ทางสถิติ โดยมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.644 - 0.695 และค่าสนับสนุนอยู่ที่ 0.243 – 0.397 เพื่อนำไปสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจสำหรับเป็นแนวทางการวางแผนการผลิต หรือการส่งเสริมการตลาดที่มีความเหมาะสมและตรงตามพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อนำองค์กรไปสู่ธุรกิจอัจฉริยะเพื่อช่วยเสริมสร้างองค์กรสมัยใหม่ในอนาคต
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
The Causal Influence of Rule of Law-Based Administration and Legal Rights Protection Behavior on the
อ.เปรมศรี จันทร์มณี 2569 Journal of Spatial Development and 13 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : อ.เปรมศรี จันทร์มณี
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลเชิงสาเหตุระหว่างการบริหารงานตามหลักนิติรัฐและพฤติกรรมการพิทักษ์สิทธิทางกฎหมาย ที่ส่งผลต่อการยอมรับอำนาจปกครองและภาพลักษณ์องค์กรของบุคลากรในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณประชากรการวิจัยครั้งนี้ คือ พนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ ผ่านการสุ่มแบบเจาะจง และสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ จำนวน 195 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับมีค่าความเชื่อมั่นสูงกว่า 0.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า การบริหารงานตามหลักนิติรัฐ ซึ่งประกอบด้วยการใช้อำนาจตามขอบเขตกฎหมาย การคุ้มครองความยุติธรรมทางวิธีพิจารณา ความโปร่งใส และการคุ้มครองสิทธิ ส่งอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อพฤติกรรมการพิทักษ์สิทธิทางกฎหมายทั้ง 3 มิติ คือ การใช้สิทธิอุทธรณ์และร้องทุกข์ การใช้สิทธิโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐาน และการแสวงหาข้อมูลข่าวสารเพื่อปกป้องสิทธิ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 นอกจากนี้ พฤติกรรมการพิทักษ์สิทธิยังทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านที่สำคัญซึ่งส่งอิทธิพลต่อไปยังการยอมรับอำนาจทางปกครองโดยสมัครใจและภาพลักษณ์องค์กรด้านนิติรัฐ สรุปได้ว่าเมื่อมหาวิทยาลัยมีการบริหารจัดการที่โปร่งใสและชอบด้วยกฎหมาย จะสร้างความเชื่อมั่นให้บุคลากรกล้าพิทักษ์สิทธิของตนเองอย่างถูกต้อง นำไปสู่การยอมรับในอำนาจบริหารจัดการด้วยความเต็มใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรธรรมาภิบาลที่ยั่งยืน
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
Image Processing on MNIST Digit Dataset Using Convolutional Neural Networks (CNN)
ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง 2569 22 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลู ชัน (Convolutional Neural Network: CNN) ในการวิเคราะห์และจำแนกรูปภาพตัวเลขลายมือเขียน และ (2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเทคนิค CNN กับเทคนิคพื้นฐาน ในการวิเคราะห์รูปภาพตัวเลข โดยใช้ ชุดข้อมูล Digit-MNIST ซึ่งเป็นชุดข้อมูลมาตรฐานที่ประกอบด้วยภาพตัวเลขลายมือเขียนตั้งแต่เลข 0 ถึง 9 เป็นข้อมูลในการทดลอง การสร้างโมเดลสำหรับการจำแนกรูปภาพด้วยเทคนิค CNN และเทคนิคพื้นฐาน ผล การศึกษาพบว่า (1) เทคนิค CNN ให้ประสิทธิภาพในการจำแนกรูปภาพตัวเลข คิดเป็น 98.64% และ (2) เทคนิค CNN มีประสิทธิภาพสูงกว่าเทคนิคพื้นฐาน คือ HOG + SVM มีประสิทธิภาพ 95.75% และ LBP + kNN มีประสิทธิภาพ 35.32% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าเทคนิค CNN มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูง สำหรับการประมวลผลและวิเคราะห์รูปภาพตัวเลข และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านการรู้จำรูปภาพ ในด้านอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
Sentiment Analysis on the IMDB Dataset Using GRU
ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง 2569 23 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อวิเคราะห์ความรู้สึกจากชุดข้อมูล IMDB ด้วยโครงข่ายประสาท เทียมแบบ GRU และ (2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพจากชุดข้อมูล IMDB ด้วยโครงโครงข่ายประสาทเทียม ด้วย GRU กับเทคนิคพื้นฐาน โดยใช้ข้อมูลรีวิวภาพยนตร์ภาษาอังกฤษจำนวนทั้งสิ้น 50,000 รีวิว ประกอบด้วย รีวิวเชิงบวก (Positive) จำนวน 25,000 รีวิว และรีวิวเชิงลบ (Negative) จำนวน 25,000 รีวิว แบ่งข้อมูล ออกเป็นชุดฝึกสอนร้อยละ 80 (40,000 รีวิว) และชุดทดสอบร้อยละ 20 (10,000 รีวิว) ผลการวิจัยพบว่า (1) แบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบ GRU ให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยมีค่าความถูกต้อง (Accuracy) เท่ากับ 0.8705 ค่า Precision เท่ากับ 0.8653 ค่า Recall เท่ากับ 0.8762 และค่า F1-Score เท่ากับ 0.8707 ตามลำดับ และ (2) ผลการเปรียบเทียบแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบ GRU มีประสิทธิภาพดีที่สุด เมื่อเทียบกับ Random Forest (Accuracy = 0.8525) และ Decision Tree (Accuracy = 0.7266) ตามลำดับ ผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแบบจำลอง GRU ในการวิเคราะห์ความรู้สึก จากชุดข้อมูลข้อความขนาดใหญ่