พบ 29 รายการ
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Factors in Remote Work Influencing Job Stress: A Systematic Review
ผศ.รุจิภาส ประชาทัย 2569 วารสารบัญชีปริทัศน์ มหาวิทยาลัยราชภ 85 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.รุจิภาส ประชาทัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบโดยมีจุดประสงค์เพื่อจะสังเคราะห์องค์ประกอบของการดำเนินนโยบายการทำงานทางไกล ที่มีอิทธิพลต่อความเครียดจากการทำงานของบุคลากร โดยการรวบรวมบทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีจากฐานข้อมูล Scopus ใช้คำค้นหาคือ Remote work และ Job stress ซึ่งมีบทความวิจัยที่ค้นหาได้ทั้งหมด 68 บทความ จากนั้นใช้เกณฑ์การคัดบทความออกเพื่อให้เหลือแต่บทความวิจัยที่ตรงตามวัตถุประสงค์การวิจัย จนได้บทความหลังจากการคัดออกแล้วจำนวนทั้งสิ้น 15 บทความ และนำมาทำการทบทวนวรรณกรรมเพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบต่อไป ผลของการสังเคราะห์องค์ประกอบพบว่า สามารถจัดกลุ่มองค์ประกอบของการทำงานทางไกลที่มีอิทธิพลต่อความเครียดจากการทำงานของบุคลากรได้เป็น 3 กลุ่มองค์ประกอบใหญ่ 7 องค์ประกอบย่อย คือ กลุ่มที่ 1: กลุ่มองค์ประกอบด้านการบริหารงานขององค์กร มีองค์ประกอบย่อย 4 ด้าน ได้แก่ 1.1) ด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ 1.2) ด้านภาวะผู้นำและการสนับสนุนขององค์กร 1.3) ด้านการฝึกอบรมและพัฒนา และ 1.4) ด้านนโยบายการทำงานทางไกล ในกลุ่มถัดมาคือ กลุ่มที่ 2: กลุ่มองค์ประกอบด้านการจัดการตนเองของบุคลากร มีองค์ประกอบย่อย 2 ด้านได้แก่ 2.1) ด้านผลกระทบจากครอบครัวและชีวิตการทำงาน และ 2.2) ด้านอิสระและความยืดหยุ่นของบุคลากร และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มที่ 3: กลุ่มองค์ประกอบทางเทคโนโลยี มีองค์ประกอบย่อย 1 ด้าน คือ 3.1) ด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยครั้งนี้เป็นการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ ‎มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ประกอบของการทำงานทางไกลที่มีอิทธิพลต่อความเครียดจากการทำงานของบุคลากร โดยรวบรวมบทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปีจากฐานข้อมูล Scopus ใช้คำค้นหา ‎‎"Remote work" และ "Job stress" พบบทความทั้งสิ้น 68 บทความ ‎หลังผ่านเกณฑ์การคัดเลือกได้บทความที่ตรงตามวัตถุประสงค์จำนวน 15 บทความ ‎นำมาสังเคราะห์องค์ประกอบด้วยการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ ผลการสังเคราะห์พบว่า ‎องค์ประกอบของการทำงานทางไกลที่มีอิทธิพลต่อความเครียดจากการทำงาน จำแนกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก 7 ‎องค์ประกอบย่อย ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มองค์ประกอบด้านการบริหารงานขององค์กร มี 4 องค์ประกอบย่อย คือ ‎การจัดการทรัพยากรมนุษย์ ภาวะผู้นำและการสนับสนุนขององค์กร การฝึกอบรมและพัฒนา ‎และนโยบายการทำงานทางไกล กลุ่มที่ 2 กลุ่มองค์ประกอบด้านการจัดการตนเองของบุคลากร มี 2 ‎องค์ประกอบย่อย คือ การจัดการขอบเขตชีวิตและการทำงาน และอิสระและความยืดหยุ่นของบุคลากร ‎และกลุ่มที่ 3 กลุ่มองค์ประกอบทางเทคโนโลยี มี 1 องค์ประกอบย่อย คือ เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
A Comparative Study of Teachers’ Needs for Developing Competencies in Using Artificial Intelligence
ดร.เอกภณ สุมานันทกุล 2569 วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมห 11 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.เอกภณ สุมานันทกุล
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรปราการ และ 2) เปรียบเทียบความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูจำนวน 264 คน ซึ่งเข้าร่วมการวิจัยโดยสมัครใจและตอบแบบสอบถามออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=3.65, S.D.=0.89) และ 2) ครูที่มีช่วงวัย ประสบการณ์สอน และประสบการณ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์แตกต่างกัน มีความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Experiences in Creative Learning Management of Teachers at Sumanan School
ดร.เอกภณ สุมานันทกุล 2569 วารสารครุศาสตร์วิชาการ มหาวิทยาลัยร 10 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.เอกภณ สุมานันทกุล
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูโรงเรียนสุมานันเป็นการวิจัยเชิงบรรยายโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลคือครูที่เลือกแบบเจาะจง ซึ่งมีประสบการณ์ใช้เกลียวการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์อย่างน้อยหนึ่งภาคเรียน เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านมุมมอง ครูเห็นว่าเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระทางความคิด มีขั้นตอนชัดเจนและยืดหยุ่น ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การใช้เหตุผล การลงมือปฏิบัติจริง การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงจูงใจ ความสุข และความร่วมมือของผู้เรียน 2) ด้านสภาพการจัดการเรียนรู้ ครูส่วนใหญ่ประยุกต์ใช้เกลียวการเรียนรู้ให้เหมาะกับบริบท จัดกิจกรรมโดยใช้จินตนาการเป็นฐาน เน้นการทำงานเป็นทีม และส่งเสริมการยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น ครูเป็นโค้ช สร้างบรรยากาศเชิงบวก เข้าใจความแตกต่าง และส่งเสริมการสะท้อนคิด ครูรวมกลุ่มเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3) ด้านปัญหาและความต้องการพัฒนา ครูไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ครบทุกขั้นตอนในเวลาจำกัด ต้องชดเชยหรือบูรณาการ บางส่วนสับสนในการใช้เกลียวการเรียนรู้ พบความยากในการออกแบบกิจกรรม การปรับหัวข้อให้ตรงความต้องการผู้เรียน ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคล และความไม่มั่นใจของผู้เรียน ครูต้องการเสริมทักษะการผลิตสื่อ การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผล และการฝึกอบรมหรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q3
Depression analysis using behavior tracking and facial expression recognition during PHQ-9 assessmen
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 ICIC Express Letters 7 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
The objective of this research is to comparatively study the analysis of depression potentiality from videos recorded during PHQ-9 assessment and clinical psychologists’ expertise (psychometric) in major depression disorder diagnosis by implementing experimental research from three subject groups. The subjects were selected by using the purposive sampling method, and they consented according to the Human Research Ethics Committee. In addition, the data were collected via experimentation at the Psychiatry and Drug Addiction Subdivision of the hospital by using a research tool created from the application of facial expression recognition pre-training model, user behavior tracking, and PHQ-9 questionnaire in accordance with clinical manifestations. The relationship between PHQ-9 questions and the subjects’ emotions, which occurred while they are taking the questionnaires, are analyzed by using correlation statistics. After that, the results are compared by three clinical psychologists who have been specializing in depression diagnosis for more than seven years. The relationship exhibits the following interesting outcomes: 1) The correlation result showed a significant relationship between PHQ-9, emotion, behavior tracking, and reaction time with real subjects (Experimental group) but not significant with fake subjects (Experimental excluded group); and 2) Most of the emotions derived from the experiment have similar trends. To elaborate, the untreated subjects and the subjects who are undergoing treatment are prone to sadness, whereas the normal subjects tend to be happy, and the result barely has a relationship with PHQ-9
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
Design and Development of an Emergency Luminaire with Automatic Test Result Logging and Transmission
ดร.ปฏิพงษ์ เจริญเวียงเหนือ 2569 8 2 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.ปฏิพงษ์ เจริญเวียงเหนือ
บทความวิจัยฉบับนี้นำเสนอการออกแบบและพัฒนาโคมไฟฟ้าฉุกเฉินที่สามารถทดสอบการทำงาน บันทึกผล และส่งข้อมูลผ่านระบบวายฟายได้โดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดภาระในการตรวจสอบและบันทึกผลด้วยบุคลากร โดยเฉพาะในกรณีที่ติดตั้งโคมไฟในตำแหน่งสูงหรือมีจำนวนหลายจุดภายในอาคาร ระบบที่พัฒนาขึ้นใช้แหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ 220 โวลต์ ร่วมกับวงจรประจุแบตเตอรี่แบบกระแสคงที่และแรงดันคงที่ มีไมโครคอนโทรลเลอร์ STM32F030F4P6TR ทำหน้าที่ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ ตรวจสอบสถานะการทำงาน และสั่งการทดสอบโคมไฟฉุกเฉินที่ใช้หลอดแอลอีดี MR16 ขนาด 3 วัตต์ จำนวน 2 หลอด ข้อมูลผลการทดสอบถูกส่งผ่านไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32-WROOM-32U ไปจัดเก็บบน Google Sheets แบบอัตโนมัติผ่านระบบวายฟาย การทดสอบระบบอ้างอิงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมการติดตั้งระบบการให้แสงสว่างฉุกเฉิน (มอก. 2690-2558) ครอบคลุมการทดสอบแบบติดตั้งใหม่ การทดสอบตามระยะเวลา และการทดสอบกรณีไม่ผ่านเกณฑ์ ผลการทดลองพบว่าระบบสามารถบันทึกวัน เวลา ระยะเวลาทดสอบ และสถานะผลการทดสอบได้ถูกต้อง ทั้งในกรณีผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์ พร้อมทั้งสามารถส่งข้อมูลขึ้นระบบออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ เมื่อเกิดความขัดข้องของแหล่งจ่ายไฟฟ้าปกติ โคมไฟฉุกเฉินสามารถส่องสว่างได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด แสดงให้เห็นว่า ระบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมสาหรับประยุกต์ใช้กับการตรวจสอบ โคมไฟฟ้าฉุกเฉินในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
Electricity Generation from a Small Steam Boiler
ดร.ปฏิพงษ์ เจริญเวียงเหนือ 2569 31 32 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.ปฏิพงษ์ เจริญเวียงเหนือ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและสร้างระบบผลิตไฟฟ้าจากหม้อไอน้ำขนาดเล็ก เพื่อศึกษาหาตัวแปรที่มีผลต่อสมรรถนะของระบบ โดยระบบประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก 2 ส่วน คือ 1) หม้อไอน้ำชนิดท่อไฟขนาด 120 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิง หัวเผาชนิด Gun Type ติดตั้งอุปกรณ์อุ่นน้า ป้อนบริเวณปล่องไอเสีย 2) ชุดผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้าแบบ Root Blow ขนาด 1500 วัตต์ ต่อตรงกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงขนาด 500 วัตต์พร้อมระบบ การทดลองปรับตั้งความดันผลิตไอน้า 1 บาร์ และ 2 บาร์ อัตราการผลิตไอน้า 120 กิโลกรัมต่อชั่วโมง อุณหภูมิน้ำป้อนที่ 30, 45, 60 องศาเซลเซียส ทั้งกรณีไหลผ่านและไม่ผ่านอุปกรณ์อุ่นน้ำป้อน จากผลการทดลองพบว่า ที่อุณหภูมิน้ำป้อนที่ 60 องศาเซลเซียส กรณีน้ำไหลผ่านอุปกรณ์อุ่นน้ำป้อน มีประสิทธิภาพหม้อไอน้ำสูงสุด ร้อยละ 84.25 มีประสิทธิภาพกังหันไอน้ำสูงสุดและประสิทธิภาพเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสูงสุดเท่ากับร้อยละ 87.50 และ 75.50 ตามลำดับ
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
Induction Cooktop Testbench for Load Parameter Study Using a Class-E Direct AC-AC Resonant Converter
ดร.ปฏิพงษ์ เจริญเวียงเหนือ 2569 19 11 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.ปฏิพงษ์ เจริญเวียงเหนือ
บทความนี้เสนอชุดทดสอบ (Testbench) สำหรับศึกษาค่าพารามิเตอร์วงจรสมมูลของโหลดแบบเหนี่ยวนำ (Induction load equivalent circuit) ในระบบเตาแม่เหล็กไฟฟ้าในครัวเรือน โดยใช้วงจรแปลงผันกำลังไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสสลับโดยตรงแบบเรโซแนนท์คลาสอี ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของระบบแปลงพลังงานแบบเดิม โดยทั่วไปพารามิเตอร์ตัวเหนี่ยวนำสมมูล และความต้านทานสมมูล จะ วัดด้วยเครื่องวัดแอลซีอาร์มิเตอร์ (LCR meter) ภายใต้สัญญาณกระตุ้น ขนาดเล็ก (Small-signal) ซึ่งจะทำให้เกิดผลคลาดเคลื่อนเมื่อใช้งานที่ ระดับกำลังไฟฟ้าสูง บทความนี้จึงนำเสนอวิธีการศึกษาค่าพารามิเตอร์ ภายใต้สภาวะการทำงานจริง โดยใช้เงื่อนไขการสวิตช์ที่แรงดันเป็นศูนย์ (ZVS) และการสวิตช์ที่อัตราการเปลี่ยนแปลงแรงดันเป็นศูนย์ (ZVDS) ร่วมกับโครงข่ายภาระแบบขนาน (Parallel load network) ที่ระดับหนึ่งในสี่ของกำลังไฟฟ้าของพิกัดสูงสุด วิธีการที่นำเสนอนี้ให้การวิเคราะห์ที่เป็นระบบและคุณลักษณะทางไฟฟ้าของโหลดได้แม่นยำกว่าวิธีดั้งเดิม ผลการทดสอบยืนยันว่าพารามิเตอร์ที่ได้จากการนำเสนอนี้มีความสอดคล้องกับผลการทดลองในวงจรต้นแบบมากกว่าการวัดด้วยเครื่องมือวัดทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q4
HGT4REC: HYPERBOLIC GRAPH TRANSFORMER FOR SEQUENTIAL AND SOCIAL RECOMMENDATION
ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง 2569 Suranaree Journal of Science and Te 104 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง
Sequential behaviors and social ties jointly shape user preferences; however, most prior work models them in isolation and relies on shallow fusion in Euclidean space, which struggles to capture temporal drift and hierarchical social structure. We propose a novel framework; HGT4Rec, a Hyperbolic Graph Transformer for Sequential and Social Recommendation. A graph transformer encodes item-transition dependencies to track evolving preferences along the sequence, while a hyperbolic transformer operates on the social graph to represent long-range and hierarchical influence. We further introduce FusionGRU, an adaptive gating module that integrates the two representations into a unified preference state for Top-K prediction. Experiments on Yelp, iFashion, LastFM show that HGT4Rec delivers substantial improvements over the strongest baseline, achieving +348.22% / +314.86%, +383.21% / +210.19%, and +90.85% / +9.83% in Recall@10 and NDCG@10, respectively. Our results demonstrate the value of combining graph transformers with hyperbolic space modeling and the gated fusion for next-item recommendation in sequential and social settings (our code).
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
The Relationship Between Firm Value and Stock Prices of Listed Companies in the Stock Exchange of Th
นายสุกัณยา กิตติคุณงาม 2569 วารสารศิลปศาสตร์ มทร.กรุงเทพ 80 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : นายสุกัณยา กิตติคุณงาม
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปัจจัยทางการเงินในภาพรวม ศึกษามูลค่ากิจการ เปรียบเทียบกลุ่มปัจจัยด้านกําไรกับประเมินมูลค่า ที่มีความสัมพันธ์ต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทยั่งยืน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB) บมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.ปตท.สผ. (PTTEP) ดําเนินการเก็บข้อมูลรายไตรมาส พ.ศ. 2558-2567 วิเคราะห์แบบจําลอง Panel Econometricsพบว่า อัตรากําไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราส่วนกําไรสุทธิ (NPM) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% ส่วนกําไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% แบบจําลอง Fixed Effects จึงเหมาะสมมากกว่า Pooled OLS และประเมินปัจจัยทางการเงินได้ 79% ความสัมพันธ์ระหว่างTOBINS’Q กับราคาหลักทรัพย์ BBL พบว่า EPS และอัตราส่วนราคาต่อกําไร (P/E ratio) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ส่วน EBIT มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% KBANK พบว่า P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ NPM และ ROA มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ 90% ตามลําดับ KTBพบว่า EPS และ P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTT พบว่า EBIT, P/E ratio และอัตราการจ่ายเงินปันผล (DPR) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTTEP พบว่า EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ P/E ratio และ NPM มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% 95% และ 99% ตามลําดับ การเปรียบเทียบพบว่า กลุ่มปัจจัยด้านกําไร ได้แก่ EBIT มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 95% กลุ่มประเมินมูลค่า DPR มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99%
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
THE INFLUENCE OF FINANCIAL RATIOS ONTHESTOCK PRICESOF REAL ESTATE DEVELOPMENT COMPANIES LISTED ON TH
นายสุกัณยา กิตติคุณงาม 2569 วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ 72 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : นายสุกัณยา กิตติคุณงาม
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของอัตราส่วนทางการเงินต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้ข้อมูลจากงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินตั้งแต่ไตรมาสที่ 1-4 พ.ศ. 2558-2567 จํานวน200 ตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้ข้อมูลประเภททุติยภูมิโดยนําข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาจัดรูปแบบและเรียงลําดับระยะเวลา แหล่งข้อมูลมาจากดัชนีราคาหลักทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่แบบจําลองการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณและวิธีสมการถดถอย ในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินทั้ง 5 ประเภทกับราคาหลักทรัพย์ได้แก่ 1) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจํากัด(มหาชน) ร้อยละ 69 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 2) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 66 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 3) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้(ประเทศไทย) จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 15 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 4) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนและอัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทศุภาลัยจํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 64 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 และ5) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเอพี(ไทยแลนด์) จํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 90 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95