แนวทางการพัฒนาสู่การออมที่พอเพียงของครัวเรือน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
จำนวนผู้เข้าชม
16
แนวทางการพัฒนาสู่การออมที่พอเพียงของครัวเรือน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ดาวน์โหลดเอกสาร
ดาวน์โหลด: 3 ครั้ง
| Collection | RMUTK Research Repository (RMUTK IR) รายงานวิจัย — e-Research |
| ID RMUTK Digital | RMUTK000158 |
| Title | แนวทางการพัฒนาสู่การออมที่พอเพียงของครัวเรือน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล |
| Alternative title | APPROACH TO SUFFICIENT SAVINGS OF HOUSEHOLDS IN BANGKOK AREA AND PERIMETERS |
| Authors | ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ ผู้แต่งหลัก |
| Faculty | คณะบริหารธุรกิจ |
| Year | 2562 |
| Level | ภายในสถาบัน |
| DOI | xxx |
| Funding Source | งบประมาณรายได้ 2562 |
| Abstract | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออมของครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และ (2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมของครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรสาคร กลุ่มตัวอย่างเป็นหัวหน้าครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกแบบลำดับ ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 41 – 50 ปี มีสถานภาพโสด ส่วนใหญ่มีบุตรจำนวน 1 – 2 คน มีสมาชิกในครัวเรือน 3 - 4 คน ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพส่วนใหญ่ของหัวหน้าครัวเรือนเป็นพนักงานหรือลูกจ้างบริษัทเอกชน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน 25,000 – 49,999 บาท รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนน้อยกว่า 25,000 บาท ครัวเรือนส่วนใหญ่มีหนี้สิน จำนวนหนี้สินของครัวเรือนน้อยกว่า 500,000 บาท ส่วนใหญ่กู้ยืมเพื่อซื้อที่ดิน/ที่อยู่อาศัย เป็นการกู้ยืมในระบบ ส่วนใหญ่มีบ้านเป็นของตนเองไม่ต้องผ่อนชำระ มีช่องทางการรับรู้ข่าวสารด้านการออมและการลงทุนมาจากอินเตอร์เนต/โซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่มีแรงจูงใจในการออมเพื่อเหตุฉุกเฉิน ครัวเรือนส่วนใหญ่มีความรู้พื้นฐานทางการเงินอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงมากกว่าด้านอื่น และครัวเรือนส่วนใหญ่มีสัดส่วนการออมต่อรายได้มากกว่าร้อยละ 20 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการออมของครัวเรือนได้แก่ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน จำนวนสมาชิกในครัวเรือนที่พึ่งพิง ประกอบด้วย เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการ และจำนวนหนี้สินของครัวเรือน ดังนั้น แนวทางการเพิ่มความสามารถในการออมของครัวเรือน ควรส่งเสริมให้ครัวเรือนนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเก็บออมและสร้างวินัยในการออม และภาครัฐควรมีมาตรการทางด้านการคลังเพื่อช่วยลดรายจ่ายของครัวเรือนในการดูแลสมาชิกในครัวเรือนที่เป็นผู้พึ่งพิงเพื่อเพิ่มความสามารถในการออมให้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงินเพื่อลดปัญหาภาระหนี้สินของครัวเรือน |
| Abstract (EN) | The objectives of this research are 1) to study the savings behavior of household in Bangkok Area and Perimeters and 2) to study the factors affecting household savings in Bangkok Area and Perimeters. The population which used in this study lived in Bangkok Area and Perimeters such as : Bangkok, Samutprakran, Nonthaburee, Pathumthanee, Nakornprathom and Samudsakorn. The sample consists of 400 heads of household in Bangkok Area and Perimeters by using the questionairs for collect data. The data analyze using descriptive statistics such as frequency, percentage, standard deviation and inferential statistics including order logistic regression analysis. From the research, we found that most of the sample are female, age between 41 – 50 years, single, have 1 - 2 children, 3 - 4 household members, bachelor's degree, employees or private companies, average income of household 25,000 - 49,999 baht per month, average expense of houshold is less than 25,000 baht per month, have debt, the amount of household debt is less than 500,000 baht, borrowed to buy land /housing, loan in the systems, have their own house and don’t have installment payments, channels for receiving savings and investment news from the internet / social media, have incentives for emergency savings, have a medium level of basic financial literacy, have more knowledge of risk management than other areas, have savings more than 20 percent of their savings to income. Factors that affect household savings are: average monthly household income, the number of dependent household members includes children under the age of 15, the elderly age 60 and over and the disabled, the amount of household debt. Therefore, guidelines for increasing the savings capacity of the household. Households should be encouraged to bring a portion of their additional income to save and create a saving discipline. The government sector should have fiscal measures to help reduce household expenditures for taking care of dependent household members in order to increase their savings capacity. In addition, the government should pay more attention to financial planning knowledge to reduce household debt problems. |
| Keywords (TH) | การออมการจัดการทางการเงินการวางแผนการเงินส่วนบุคคล |
| Keywords (EN) | savingsfinancial managementpersonal financial planning |
| Access Level | Open Access (เปิดสาธารณะ) |
เอกสารดิจิทัล
RMUTK000158_full.pdf
จำนวนดาวน์โหลด: 3 ครั้ง
Open Access
รายการที่เกี่ยวข้อง
การพัฒนานวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจิทัลและการสร้างตราเมือง/ตราผลิตภัณฑ์
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา · 2569 · 1,738
การจัดการประสบการณ์ร่วมสมัยเพื่อการพัฒนาตนเองของนักท่องเที่ยวผ่านการเร
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา · 2569 · 1,716
แนวทางการบริหารจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการไทยร่วมสมัย ในประเด็
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา · 2563 · 1,702
โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบจัดการขยะชิ้นใหญ่เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล · 2568 · 1,633