คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 5 รายการ
(ค้นหา: "การพัฒนาระบบ")
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Implementation of Web Application: The Tracking and Management of Electronic Equipment System of a P
หัวใจหลักสำคัญในการดำเนินงานภายในองค์กรสิ่งหนึ่ง คือ อุปกรณ์ที่สนับสนุนการทำงานรวมถึงการบริหารจัดการอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตามการดำเนินงานดังกล่าวมักพบว่ามีข้อผิดพลาด และส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการบริหารจัดการอุปกรณ์สนับสนุนเหล่านั้น และการติดตามสถานที่ตั้งของอุปกรณ์ ทางผู้วิจัยจึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับการติดตามและบริหารจัดการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากองค์กรภาคเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในรูปแบบเว็บไซต์ที่สามารถทำงานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer-PC) ผ่านโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) และบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile) สำหรับการดำเนินงานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้นจะดำเนินการเฉพาะในส่วนของการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ส่วนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการอุปกรณ์จะดำเนินการผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยใช้ภาษาเอชทีเอ็มแอล (HTML) และ ภาษาพีเอชพี (PHP) ในการพัฒนาระบบ นอกจากนี้ XAMPP 8.0.3 ถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการฐานข้อมูล โดยทำการทดสอบระบบผ่าน Google Chrome และ Microsoft Edge มีการประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจของระบบโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คนและผู้ใช้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจำนวน 8 คน ผ่านการประเมินโดยใช้วิธีการมาตราส่วนลิเคิร์ต (Likert Scale) จำนวน 5 ระดับ จากการพิจารณาค่ากลาง (x ̅) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation-SD) ผ่านการออกแบบด้วยกระบวนการแบบอาไจล์ (Agile Methodology) และทดสอบระบบด้วยเทคนิคแบบกล่องดำ (Black box Testing) ด้วยวิธีการ Functional Design Verification Tests (FDVT)
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Development of an Online Maintenance Request and Repair Status Tracking System
โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ 2) ประเมินประสิทธิภาพของระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ และ 3) ประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ แบบประเมินประสิทธิภาพการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน และแบบประเมินความพึงพอใจระบบแจ้งซ่อมออนไลน์ โดยผู้ใช้งาน จำนวน 27 ท่าน (อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรซ่อมบำรุงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า ผลการประเมินประสิทธิภาพการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ อยู่ในระดับมาก (x = 4.40, S.D. = 0.74) และด้านความพึงพอใจของผู้ใช้งาน อยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.51, S.D. = 0.62)
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Sentiment Analysis on the IMDB Dataset Using LSTM
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ (1) วิเคราะห์ความรู้สึกจากชุดข้อมูล IMDB Large Movie Review
Dataset ด้วยโครงข่ายประสาทเทียมแบบ Long Short-Term Memory (LSTM) และ (2) เปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพการวิเคราะห์ความรู้สึกระหว่างโมเดล LSTM กับเทคนิคพื้นฐาน ได้แก่ Decision Tree และ
Random Forest โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจาก IMDB Large Movie Review Dataset ซึ่งเป็นชุดข้อมูลรีวิว
ภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ และประยุกต์ใช้เทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing)
ผลการวิจัยพบว่า (1) โครงข่ายประสาทเทียมแบบ LSTM สามารถจำแนกความรู้สึกจากรีวิวภาพยนตร์ที่มีความ
ซับซ้อนเชิงบริบทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกลุ่มความคิดเห็นเชิงบวกและเชิงลบได้อย่างเป็นระบบ
และ (2) จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพพบว่า โมเดล LSTM ให้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีค่าความถูกต้อง
แม่นยำ (Accuracy) เท่ากับ 0.8945 รองลงมา คือ Random Forest (Accuracy = 0.8519) และ Decision Tree
(Accuracy = 0.7226) ตามลำดับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโครงข่ายประสาทเทียมที่สามารถเรียนรู้
ความสัมพันธ์เชิงลำดับ (Sequential Data) เช่น LSTM มีความเหมาะสมในการวิเคราะห์ข้อมูลข้อความที่มีความ
ยาวและบริบทต่อเนื่องมากกว่าเทคนิคพื้นฐาน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาระบบแนะนำภาพยนตร์และ
เครื่องมือวิเคราะห์ทัศนคติผู้บริโภคในอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัลต่อไป
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
THE DEVELOPMENT OF INFORMATION SYSTEMS FOR DIGITAL MARKETING PROMOTION IN THE WAI WAN COMMUNITY ENTE
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพิ่มช่องทางการจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ เก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทศด้านการตลาด รวมทั้งการบริหารจัดการระบบร้านค้าผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง สร้างภาพลักษณ์วิสาหกิจชุมชนให้ทันสมัย ช่วยให้ชุมชนสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และยกระดับการบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การพัฒนาระบบระบบนี้เป็นรูปแบบของเว็บแอพลิเคชันที่สามารถรองรับการใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ได้นำหลักการทฤษฎีของวงจรการพัฒนาระบบสารสนเทศ (System Development Life Cycle: SDLC) มาใช้เป็นแนวทางในพัฒนาระบบ โดยรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ที่เกี่ยวข้องในวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาระบบ ได้แก่ โปรแกรมภาษาพีเอชพี โปรแกรมภาษาซีเอสเอส และโปรแกรมบริหารจัดการฐานข้อมูลมายเอสคิวแอล และการประเมินประสิทธิภาพของระบบใช้วิธีการ Black Box Testing โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จำนวน 5 คน และผู้ใช้งานทั่วไป จำนวน 10 คน
ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีค่าเฉลี่ย 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.49 มีค่าระดับประสิทธิภาพของอยู่ในระดับ ดีมาก และผลการประเมินประสิทธิภาพจากผู้ใช้งานทั่วไป มีค่าเฉลี่ย 4.47 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.50 มีค่าระดับประสิทธิภาพอยู่ในระบบ ดี จึงสรุปได้ว่าระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นสามารถนำมาใช้งานเพื่อส่งเสริมการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการ
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
RISK MANAGEMENT OF NEW PRODUCT DEVELOPMENT: MOBILE APPLICATION CONTEXT
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในบริบทการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ และเสนอแนะแนวทางการบริหารความเสี่ยงสำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โดยระเบียบวิธีวิจัยประกอบด้วย การทบทวนวรรณกรรม ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้วิจัยสามารถสรุปเป็นกรอบแนวคิดของปัจจัยเสี่ยงในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ประกอบด้วยปัจจัยเสี่ยงด้านตลาด ปัจจัยเสี่ยงด้านเทคโนโลยี ปัจจัยเสี่ยงด้านความรู้ ปัจจัยเสี่ยงด้านความสามารถ และผลกระทบของประสิทธิภาพการพัฒนาโครงการและการศึกษาเชิงประจักษ์ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ซึ่งเก็บจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ในบริษัทรับจ้างพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่มีกำไรสูงสุด 15 บริษัทแรก จำนวน 300 ชุด และได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์กลับมา 224 ชุด คิดเป็นร้อยละ 74.67 ของแบบสอบถามทั้งหมด การวิจัยครั้งนี้ใช้การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis : EFA) และโมเดลสมการโครงสร้าง (Structure Equation Model : SEM) ในการวิเคราะห์ข้อมูล จากผลการวิเคราะห์ทางสถิติผลการวิจัยพบว่าผลการวิเคราะห์ทางสถิติผู้วิจัยพบว่า ผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงที่ส่งผลทางตรงต่อประสิทธิภาพการพัฒนาโครงการบริบทการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือเกิดขึ้นสามารถอธิบายได้ ร้อยละ 77 (R2 = .77) โดยมีค่าน้ำหนักสัมพันธ์มาตรฐาน (Standardized Coefficients หรือ Beta: β) เท่ากับ 0.88 โดยปัจจัยด้านความเสี่ยงในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือ (NPD Risk) ที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการพัฒนาโครงการผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD Performance) มากที่สุดได้แก่ ความเสี่ยงด้านความสามารถของผู้พัฒนา ซึ่งรองลงมาได้แก่ ความเสี่ยงด้านการนำความรู้เฉพาะด้าน และการควบคุม/รักษาข้อมูลที่สำคัญไปใช้ ความเสี่ยงด้านความซับซ้อนทางเทคนิค ความเสี่ยงด้านการวิเคราะห์ตลาด ความเสี่ยงด้านการจัดการความต้องการของทางผู้ว่าจ้าง และความเสี่ยงด้านนโยบายและกฎหมาย ตามลำดับ ดังนั้น การพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสามารถของผู้พัฒนาเป็นอันดับแรกเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นในอนาคตต่อไป