คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 3 รายการ
(ค้นหา: "วิธีการสอน")
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
A Synthesis of Teaching Methods Affecting Mathematics Achievement
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ขนาดอิทธิพลในภาพรวมของวิธีการสอนที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และเพื่อเปรียบเทียบขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์อภิมานนี้ได้ตัวอย่างจำนวน 44 งานวิจัย ตัวอย่างวิจัย ได้แก่ งานวิจัยที่ใช้กลยุทธ์การค้นหาและผ่านเกณฑ์การคัดเข้าจากฐานข้อมูล TCI 1 จำนวน 23 งานวิจัย และจากฐานข้อมูล SCOPUS จำนวน 21 งานวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ขนาดอิทธิพล การวิเคราะห์ความเป็นเอกพันธ์ การวิเคราะห์อภิมาน การวิเคราะห์กลุ่มย่อย และการวิเคราะห์อภิมานเครือข่าย
ผลการวิจัย พบว่า ขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่างๆ ในภาพรวมมีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เท่ากับ .26, 95%CI [.18, .33] ขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่างๆ ที่นำมาวิเคราะห์ทั้งหมดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (Q(df = 93) = 364.473, p < .001, I2 = 76.69%) ผลการวิเคราะห์กลุ่มย่อย พบว่า คุณลักษณะของงานวิจัยที่ส่งผลให้ขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแตกต่างกัน คือ การใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน นอกจากนี้ผลการเปรียบเทียบขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ด้วยการวิเคราะห์อภิมานเครือข่าย พบว่า วิธีการสอนแบบร่วมมือ (Cooperative) มีผลต่างของขนาดอิทธิพลโดยรวมจากวิธีการสอนแบบดั้งเดิมมากที่สุด (0.86, 95% CI [0.70, 1.03])
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
A Network Meta-Analysis of Teaching Methods Influencing English Reading
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์ขนาดอิทธิพลในภาพรวมของวิธีการสอนที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษ 2) เพื่อศึกษาคุณลักษณะของงานวิจัยที่ส่งผลต่อขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษ และ 3) เพื่อเปรียบเทียบขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษ โดยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากวารสารระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยระดับนานาชาติเก็บรวบรวมข้อมูลจากฐานข้อมูล Scopusและระดับชาติเก็บรวบรวมวารสารกลุ่มที่ 1 ของวารสารที่ผ่านการรับรองคุณภาพของ TCI ในสาขาสังคมศาสตร์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ถึง ค.ศ. 2021 โดยสืบค้นตามหลักของ PICO จากนั้นนำงานวิจัยที่ผ่านหลักการมาคัดเลือกคุณภาพการวิจัยตามหลักการ PRISMA protocol พร้อมทั้งตรวจสอบความลำเอียงในการตีพิมพ์ (publication bias) จากนั้นนำข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ผลด้วยการวิเคราะห์อภิมานและการวิเคราะห์อภิมานเครือข่ายเพื่อตอบวัตถุประสงค์การวิจัย
ผลการวิเคราะห์อภิมาน พบว่า 1) ขนาดอิทธิพลในภาพรวมของวิธีการสอนที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนอยู่ในระดับปานกลาง (0.62) 2) การทำกิจกรรมกลุ่ม และการใช้จิตวิทยาร่วมในการจัดการเรียนการสอนส่งผลต่อขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษแตกต่างกัน โดยงานวิจัยที่ไม่ได้ทำกิจกรรมกลุ่มส่งผลต่อขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษมากกว่ากลุ่มที่ทำกิจกรรมกลุ่ม และการใช้จิตวิทยาร่วมการจัดการเรียนการสอนส่งผลต่อขนาดอิทธิพลของวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ที่มีต่อการอ่านภาษาอังกฤษมากกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้จิตวิทยาร่วมการจัดการเรียนการสอนเช่นกัน ในส่วนของผลการวิเคราะห์อภิมานเครือข่าย พบว่า 3) กลวิธีการอ่าน (Reading Strategy) ส่งผลต่อการอ่านภาษาอังกฤษมากที่สุด และรองลงมา คือ ขนาดอิทธิพลของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer-assisted instruction) และการจัดการเรียนการสอนแบบดั้งเดิม (Traditional) มีขนาดอิทธิพลค่าน้อยที่สุด
บทความประชุมวิชาการ
ระดับนานาชาติ
Challenges and Needs for Primary Rural Schools to Develop Computing Science Teaching in Thailand
การจัดการเรียนการสอนวิทยาการคำนวณในพื้นที่ชนบทเผชิญกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรและการสนับสนุนหลายประการ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความท้าทายและความต้องการในการจัดการเรียนการสอนวิทยาการคำนวณในโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย เก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์ครูผู้สอนวิทยาการคำนวณในเขตพื้นที่ชนบท จำนวน 6 คน ผลการศึกษาพบว่า ครูผู้สอนมีภูมิหลังทางการศึกษาที่หลากหลาย ทั้งด้านการศึกษา สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ โดยจัดการเรียนการสอนวิทยาการคำนวณตามประสบการณ์ของตนเองและใช้วิธีการสอนที่แตกต่างกัน ครูส่วนใหญ่เห็นว่าจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะครูที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ โรงเรียนในพื้นที่ยังต้องการเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนรู้เพิ่มเติม เนื่องจากมีเพียงบางโรงเรียนที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน ครูได้นำกิจกรรม เช่น เกมและกิจกรรมการสร้างชิ้นงานแบบลงมือปฏิบัติ มาบูรณาการในการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับการคิดเชิงคำนวณของนักเรียน ขณะเดียวกัน ครูยังต้องการการนิเทศอย่างเข้มข้นจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อสนับสนุนให้การดำเนินงานและการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น