คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 91 รายการ
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Needs for Competency Development in AI-based Learning Assessment of Private School Teachers in Samut
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการพัฒนา รวมทั้งจัดลำดับความสำคัญในการพัฒนาสมรรถนะปัญญาประดิษฐ์ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรปราการเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างคือครู 264 คนที่เข้าร่วมโดยสมัครใจ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามออนไลน์มาตรประมาณค่าระดับ 5 ระดับ ชนิดตอบสนองคู่ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง ผลการวิจัยพบว่า
1) โดยภาพรวมสภาพปัจจุบันสมรรถนะปัญญาประดิษฐ์ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนความต้องการพัฒนาอยู่ในระดับมาก 2) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะปัญญาประดิษฐ์ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครู โดยรวมมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง เท่ากับ 0.151 รายด้านเรียงจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการจัดการการประเมิน (0.224) ด้านการวิเคราะห์และพยากรณ์ (0.216) ด้านการออกแบบและสร้างเครื่องมือประเมิน (0.158) และด้านจริยธรรมการประเมิน (0.072) ข้อค้นพบชี้ให้พัฒนาสมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการการประเมินและการวิเคราะห์เชิงพยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ควบคู่การกำกับดูแลด้านจริยธรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q3
The Development a Job Position Recommendation System Using Collaborative Filtering Technique
Unemployed individuals and recent graduates often lack the experience or skills necessary to effectively search and filter job positions on job search websites, hindering their ability to access job listings and requirements. To address this issue, a research process was conducted involving extracting job information from the top job search website in Thailand. The data was then prepared, transformed, and subjected to Matrix Factorization. The data was randomly split into 80% for training and 20% for testing, out of a total of 30,000 records. This data was used to test the performance of a recommendation system utilizing the Collaborative Filtering technique. The Learning Curve, which measures the efficiency of model learning through Training Loss and Validation Loss, showed a continuous decrease in value until it reached its lowest validation loss of 0.0442, indicating a well-fitted model. This research suggests that the model can be effectively used for predicting and creating a prototype of a job recommendation system that connects job opportunities via API to efficiently meet the needs of job seekers and recent graduates.
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Authenticity Matters: Linking CSR Motives, CSR- Company Fit, and Engagement in Emerging Market Reta
เมื่อความตระหนักด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมผู้บริโภคภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 การทำความเข้าใจว่าผู้บริโภครับรู้และตีความ แรงจูงใจในการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) ของศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างไร ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับการศึกษาไม่มากนัก
การศึกษานี้อาศัย ทฤษฎีการอ้างเหตุ (Attribution Theory) เป็นกรอบแนวคิด โดยนำ ความแท้จริงของ CSR (CSR Authenticity) และ ความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กร (CSR-Company Fit) มาบูรณาการเข้ากับกรอบการรับรู้แรงจูงใจในการดำเนิน CSR เพื่อศึกษาว่าปัจจัยดังกล่าวมีอิทธิพลต่อ การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์ (Consumer Social Media Engagement) อย่างไร
ผลการสำรวจข้อมูลจากตลาดเกิดใหม่พบว่า แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยค่านิยม (Value-Driven Motives) มีอิทธิพลต่อการรับรู้ความแท้จริงของ CSR มากที่สุด รองลงมาคือ แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder-Driven Motives) ขณะที่ แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ขององค์กร (Egoistic-Driven Motives) และ แรงจูงใจเชิงกลยุทธ์ (Strategy-Driven Motives) ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ความแท้จริงของ CSR ยังช่วยเพิ่มการรับรู้ถึงความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กร และมีอิทธิพลโดยตรงต่อการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กรทำหน้าที่เป็น ตัวแปรส่งผ่านเชิงเสริม (Complementary Mediator)
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ความแท้จริงของ CSR เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการรับรู้แรงจูงใจในการดำเนิน CSR กับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค อีกทั้งยังช่วยขยายองค์ความรู้ของทฤษฎีการอ้างเหตุ โดยอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแรงจูงใจในการดำเนิน CSR แต่ละรูปแบบส่งผลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันอย่างไร และนำเสนอข้อค้นพบใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการสื่อสาร CSR ในธุรกิจค้าปลีกของตลาดเกิดใหม่
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q4
HGT4REC: HYPERBOLIC GRAPH TRANSFORMER FOR SEQUENTIAL AND SOCIAL RECOMMENDATION
Sequential behaviors and social ties jointly shape user preferences; however, most prior work models them in isolation and relies on shallow fusion in Euclidean space, which struggles to capture temporal drift and hierarchical social structure. We propose a novel framework; HGT4Rec, a Hyperbolic Graph Transformer for Sequential and Social Recommendation. A graph transformer encodes item-transition dependencies to track evolving preferences along the sequence, while a hyperbolic transformer operates on the social graph to represent long-range and hierarchical influence. We further introduce FusionGRU, an adaptive gating module that integrates the two representations into a unified preference state for Top-K prediction. Experiments on Yelp, iFashion, LastFM show that HGT4Rec delivers substantial improvements over the strongest baseline, achieving +348.22% / +314.86%, +383.21% / +210.19%, and +90.85% / +9.83% in Recall@10 and NDCG@10, respectively. Our results demonstrate the value of combining graph transformers with hyperbolic space modeling and the gated fusion for next-item recommendation in sequential and social settings (our code).
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q3
Depression analysis using behavior tracking and facial expression recognition during PHQ-9 assessmen
The objective of this research is to comparatively study the analysis of depression potentiality from videos recorded during PHQ-9 assessment and clinical psychologists’ expertise (psychometric) in major depression disorder diagnosis by implementing experimental research from three subject groups. The subjects were selected by using the purposive sampling method, and they consented according to the Human Research Ethics Committee. In addition, the data were collected via experimentation at the Psychiatry and Drug Addiction Subdivision of the hospital by using a research tool created from the application of facial expression recognition pre-training model, user behavior tracking, and PHQ-9 questionnaire in accordance with clinical manifestations. The relationship between PHQ-9 questions and the subjects’ emotions, which occurred while they are taking the questionnaires, are analyzed by using correlation statistics. After that, the results are compared by three clinical psychologists who have been specializing in depression diagnosis for more than seven years. The relationship exhibits the following interesting outcomes: 1) The correlation result showed a significant relationship between PHQ-9, emotion, behavior tracking, and reaction time with real subjects (Experimental group) but not significant with fake subjects (Experimental excluded group); and 2) Most of the emotions derived from the experiment have similar trends. To elaborate, the untreated subjects and the subjects who are undergoing treatment are prone to sadness, whereas the normal subjects tend to be happy, and the result barely has a relationship with PHQ-9
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Experiences in Creative Learning Management of Teachers at Sumanan School
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูโรงเรียนสุมานันเป็นการวิจัยเชิงบรรยายโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลคือครูที่เลือกแบบเจาะจง ซึ่งมีประสบการณ์ใช้เกลียวการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์อย่างน้อยหนึ่งภาคเรียน เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านมุมมอง ครูเห็นว่าเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระทางความคิด มีขั้นตอนชัดเจนและยืดหยุ่น ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การใช้เหตุผล
การลงมือปฏิบัติจริง การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงจูงใจ ความสุข และความร่วมมือของผู้เรียน
2) ด้านสภาพการจัดการเรียนรู้ ครูส่วนใหญ่ประยุกต์ใช้เกลียวการเรียนรู้ให้เหมาะกับบริบท จัดกิจกรรมโดยใช้จินตนาการเป็นฐาน เน้นการทำงานเป็นทีม และส่งเสริมการยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น ครูเป็นโค้ช สร้างบรรยากาศเชิงบวก เข้าใจความแตกต่าง และส่งเสริมการสะท้อนคิด ครูรวมกลุ่มเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3) ด้านปัญหาและความต้องการพัฒนา ครูไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ครบทุกขั้นตอนในเวลาจำกัด ต้องชดเชยหรือบูรณาการ บางส่วนสับสนในการใช้เกลียวการเรียนรู้ พบความยากในการออกแบบกิจกรรม การปรับหัวข้อให้ตรงความต้องการผู้เรียน ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคล และความไม่มั่นใจของผู้เรียน
ครูต้องการเสริมทักษะการผลิตสื่อ การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผล และการฝึกอบรมหรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
A Comparative Study of Teachers’ Needs for Developing Competencies in Using Artificial Intelligence
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรปราการ และ 2) เปรียบเทียบความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูจำนวน 264 คน ซึ่งเข้าร่วมการวิจัยโดยสมัครใจและตอบแบบสอบถามออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=3.65, S.D.=0.89) และ 2) ครูที่มีช่วงวัย ประสบการณ์สอน และประสบการณ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์แตกต่างกัน มีความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Breaking the strain–symmetry trade-off via electrostriction-mediated reversible phase transition in
ไม่มี
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
Comparative Study of YOLO Architectures for Detecting Complex Weld Defects under Label Ambiguity
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)พัฒนาแบบจ าลองตรวจจับข้อบกพร่องของรอยเชื่อมด้วยสถาปัตยกรรม YOLO จ านวน 3 เวอร์ชัน2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจ าลอง YOLOv11l, YOLOv12lและ YOLOv26lภายใต้เงื่อนไขการทดลองเดียวกัน 3) วิเคราะห์ผลการตรวจจับข้อบกพร่องของรอยเชื่อมรายคลาส ได้แก่ รอยแตก (Crack), รูพรุน (Porosity), สะเก็ดเชื่อม (Spatter) และแนวเชื่อม (Weld Line)4) พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันต้นแบบส าหรับการตรวจจับข้อบกพร่องของรอยเชื่อมโดยท าการศึกษาชุดข้อมูลจาก Roboflow Universe จ านวน 5,544 ภาพ และท าการประเมินผลด้วยตัวชี้วัด ผลการทดลองพบว่า YOLOv26l ให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยเฉพาะเมื่อฝึกที่ 300 epochs ซึ่งให้ค่า Precision = 0.91, Recall = 0.876, mAP50 = 0.908,mAP50–95 = 0.773และ F1-score = 0.89แสดงถึงความสามารถในการตรวจจับและระบุต าแหน่งข้อบกพร่องได้อย่างแม่นย าเหนือกว่าโมเดลอื่น นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์รายคลาสชี้ว่าโมเดลสามารถจ าแนก Crack และ Weld Line ได้ดีอย่างสม ่าเสมอ ขณะที่ Porosity และ Spatter ยังคงมีความท้าทายเนื่องจากความคล้ายคลึงกับพื้นหลัง ทั้งนี้โมเดล YOLOv26l ถูกน าไปประยุกต์ใช้งานบนเว็บแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้น ซึ่งสามารถใช้ตรวจจับข้อบกพร่องในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนศักยภาพของสถาปัตยกรรม YOLO รุ่นใหม่ส าหรับการตรวจสอบคุณภาพรอยเชื่อมในภาคอุตสาหกรรมอย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ยังมีข้อจ ากัดจากการใช้ชุดข้อมูลสาธารณะเพียงชุดเดียว จึงอาจยังไม่ครอบคลุมสภาพแวดล้อมจริงทั้งหมด
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Application of alumina fabricated through photosensitive binder jetting techniques in water filtrati
-