พบ 86 รายการ
รายงานวิจัย ระดับชาติ
Developing Marketing Innovation, Digital Marketing and City Brand/Tourism Product Brand for Value-Ba
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 34 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : รายงานวิจัย  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจิทัลและการสร้างตราเมือง/ตราผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อมในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) 2) เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าจากการฝึกอบรมบุคลากรและผู้ประกอบการชุมชน โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญของการวิจัยเชิงคุณภาพ ประกอบด้วย ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 40 คน และกลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเชิงปริมาณประกอบด้วยนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 800 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในงานวิจัยประกอบด้วยสถิติเชิงพรรณนา เพื่ออธิบายลักษณะของกลุ่มตัวอย่าง และสถิติเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐาน ด้วยการใช้การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าความสามารถทางการแข่งขันของแหล่งท่องเที่ยว คุณค่าตราของแหล่งท่องเที่ยว และการรับรู้ต่อคุณสมบัตินวัตกรรม ส่งผลต่อปัจจัยด้านความพึงพอใจ และความตั้งใจที่จะท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว การยอมรับสื่อสังคมออนไลน์ส่งผลต่อความตั้งใจที่จะท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ผลการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณถูกใช้ในการพัฒนาแผนนวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจิทัลและการสร้างตราเมือง/ตราผลิตภัณฑ์สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อมในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
An Analysis of Multilevel Mediating Structural Equation Modeling of Science Teacher Collaboration on
ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์ 2569 วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลาน 1 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบโมเดลสมการโครงสร้างระหว่างการทำงานร่วมกันของครูวิทยาศาสตร์ที่ส่งผลต่อการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ โดยมีความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาวิชาชีพครูเป็นตัวแปรส่งผ่าน 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความตรงของโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับระหว่างการทำงานร่วมกันของครูวิทยาศาสตร์ที่ส่งผลต่อการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์โดยมีความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาวิชาชีพครูเป็นตัวแปรส่งผ่าน ดำเนินการวิเคราะห์ด้วยข้อมูลทุติยภูมิชุดข้อมูล PISA 2015 ที่มุ่งวัดสมรรถนะของนักเรียนเกี่ยวกับการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ และตัวแปรที่มีความเกี่ยวข้องกับรายวิชาวิทยาศาสตร์ ความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์ การพัฒนาวิชาชีพครูและการทำงานร่วมกันของครูวิทยาศาสตร์โดยวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ด้วยโปรแกรม Mplus 7.0 ผลการวิจัยพบว่า 1) การทำงานร่วมกันของครูวิทยาศาสตร์ส่งอิทธิพลทางตรงต่อการรู้วิทยาศาสตร์และตัวแปรอื่น ๆ ในทิศทางบวก และการทำงานร่วมกันของครูวิทยาศาสตร์ส่งอิทธิพลทางอ้อมต่อการรู้วิทยาศาสตร์ผ่านการพัฒนาวิชาชีพครูและความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์ทั้งสองตัวแปรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนั้นความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์ส่งส่งอิทธิพลตรงในทิศทางลบต่อการรู้วิทยาศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และการพัฒนาวิชาชีพครูส่งอิทธิพลตรงในทิศทางลบต่อการรู้วิทยาศาสตร์อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 2) การวิเคราะห์อิทธิพลของตัวแปรในระดับโรงเรียน พบว่า การทำงานร่วมกันของครูวิทยาศาสตร์ส่งอิทธิพลทางตรงต่อทุกตัวแปรในทิศทางบวกและส่งอิทธิพลทางอ้อมสองเส้นทางคือผ่านการพัฒนาวิชาชีพครูและความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ความสนุกในการเรียนวิทยาศาสตร์และการพัฒนาวิชาชีพครูส่งอิทธิพลตรงในทิศทางลบต่อการรู้วิทยาศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
MARKETING MIX FACTORS AFFECTING THE DECISION TO BUY TICKETS VIA ONLINE APPLICATIONS OF GENERATION Z
ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล 2569 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ 1 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1. ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดและการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีและ2. ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีโดยงานวิจัยในครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างคือผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีใช้วิธีสุ่มตัวอย่างที่ไม่อาศัยหลักความน่าจะเป็นประเภทการเลือกตัวอย่างตามความสะดวกเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีกลุ่มเจเนอเรชันซีเป็นจํานวนมากอยู่ในแพลตฟอร์มจํานวน400 คนใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ค่าความถี่ร้อยละค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติเชิงอนุมานได้แก่การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่า1. ภาพรวมของความคิดเห็นของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดอยู่ในระดับมากโดยด้านที่มากที่สุดคือด้านกระบวนการและด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพภาพรวมของระดับความคิดเห็นของการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมากโดยด้านที่มากที่สุดคือการตระหนักถึงปัญหาหรือความต้องการและ2. ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่าปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีมีทั้งหมด2 ปัจจัยคือปัจจัยด้านกระบวนการและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพส่งผลเชิงบวกต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่.01 ส่วนปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดด้านการส่งเสริมการตลาดส่งผลเชิงลบต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่.05
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Factors in choosing to use international airport services in Tokyo, Japan for Thai passenger
ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล 2569 วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษย 5 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้โดยสารชาวไทยในการเลือกใช้ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงโตเกียว และ (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ท่าอากาศยานดังกล่าว การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นคนไทยที่เคยเดินทางไปโตเกียวจ านวน 400 คน โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม และการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณผลการวิจัยพบว่า(1)ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 28–44 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 20,001–30,000 บาท และเดินทางไปโตเกียวเพื่อการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว (2)ปัจจัยที่มีความส าคัญกับการเลือกใช้ท่าอากาศยานมี 6 ด้านเรียกจากความส าคัญมากที่สุด คือ ความคุ้มค่าในการใช้บริการท่าอากาศยาน, สิ่งอ านวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน, จ านวนตารางเที่ยวบินที่ออกเดินทาง, ความสะดวกสบายเดินทางไปยังตัวเมือง, ความรวดเร็วการผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง และค่าธรรมเนียมการใช้บริการท่าอากาศยานและจากผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ: พบว่าปัจจัยทั้ง 6 ด้านสามารถอธิบายความแปรปรวนของการตัดสินใจเลือกใช้ท่าอากาศยานได้ร้อยละ 65.1 (R² = 0.651) โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p < 0.001) เรียงตามล าดับ คือ: ความคุ้มค่าในการใช้บริการท่าอากาศยาน(β= 0.318) มีอิทธิพลมากที่สุด สิ่งอ านวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน(β= 0.247) จ านวนตารางเที่ยวบินที่ออกเดินทาง(β= 0.236) ความสะดวกในการเดินทางไปยังตัวเมือง (β= 0.201) ความรวดเร็วการผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง(β= 0.178) ส่วนค่าธรรมเนียมการใช้บริการท่าอากาศยาน แม้จะมีอิทธิพลเชิงบวก แต่ไม่มีนัยส าคัญทางสถิติ (p = 0.118)
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
Fake News Detection on the Fake News Dataset Using LSTM
ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง 2569 43 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมแบบ ความจำระยะสั้น–ยาว (Long Short-Term Memory: LSTM) ในการตรวจจับข่าวปลอม และ (2) เพื่อ เปรียบเทียบประสิทธิภาพของโครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาวกับเทคนิคพื้นฐานในการ ตรวจจับข่าวปลอม การดำเนินการวิจัยใช้ข้อมูลข่าวจากสถานการณ์จริงทั่วโลก จำนวนทั้งสิ้น 20,800 ข่าว ประกอบด้วยข่าวปลอมจำนวน 10,413 ข่าว และข่าวจริงจำนวน 10,387 ข่าว แบ่งข้อมูลออกเป็นชุดข้อมูล ฝึกสอนร้อยละ 80 และชุดข้อมูลทดสอบร้อยละ 20 การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการด้วยการจำแนกประเภท ข่าวโดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาว ผลการวิจัยพบว่า (1) โครงข่ายประสาทเทียม แบบความจำระยะสั้น–ยาว มีประสิทธิภาพในการตรวจจับข่าวปลอม โดยมีค่าความถูกต้อง (accuracy) เท่ากับร้อยละ 97.78 และ (2) เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับเทคนิคพื้นฐาน ได้แก่ เทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ และเทคนิคป่าต้นไม้สุ่ม พบว่าโครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาว มีประสิทธิภาพสูงกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากโครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาว มีความสามารถในการเรียนรู้เชิงลึกและการเรียนรู้ ลำดับข้อมูลเชิงเวลา ซึ่งเหมาะสมกับข้อมูลข้อความข่าว
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
The Algorithms for the prototyping of the depression analysis from behavioural observation while con
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับวิทยาศาสต 26 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
ภาวะซึมเศร้าเป็นปัญหาที่กระทบต่อการใช้ชีวิตของบุคคลในสังคมซึ่งเครื่องมือสำหรับการคัดกรองหรือวินิจฉัยเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ นิยมใช้การทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้า PHQ-9 ซึ่งผู้รับการประเมินอาจบิดเบือนคำตอบส่งผลให้ผลการประเมินที่ได้ไม่สมบูรณ์ จึงนำมาสู่วัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อออกแบบและพัฒนาขั้นตอนวิธีของการสร้างเครื่องมือต้นแบบวิเคราะห์แนวโน้มภาวะโรคซึมเศร้าจากการสังเกตพฤติกรรมขณะทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้า PHQ-9 ผ่านโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ โดยใช้แนวทางการวิจัยเชิงทดลอง จากกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง จากกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ได้รับความยินยอมในการเป็นอาสาสมัครและทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้า PHQ-9 การวิจัยได้จำแนกพฤติกรรมทางคลินิกทั้ง 3 ด้านที่ต้องการศึกษาและนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือจับคู่ระหว่างพฤติกรรมทางคลินิกกับเครื่องมือทางเทคโนโลยี ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมที่แสดงออกระหว่างการทำแบบประเมินเป็นไปตามรูปแบบของลักษณะอาการทางคลินิกของภาวะซึมเศร้า ประกอบด้วย (1) เทคนิคการวิเคราะห์อารมณ์บนใบหน้า สำหรับนำมาใช้ในการศึกษาอาการทางคลินิ กด้านอารมณ์ ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเศร้า สีหน้าหดหู่ สะเทือนใจ ร้องไห้ง่าย โดยการตรวจจับอารมณ์ การแสดงออกทางสีหน้า การเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวของดวงตา คิ้ว และมุมปาก ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์อารมณ์บนใบหน้า (2) การติดตามพฤติกรรม สำหรับนำมาใช้ในการศึกษาอาการทางคลินิกด้านการรับรู้/ความรู้ความเข้าใจ โดยเกี่ยวข้องกับสมาธิของผู้ป่วยที่แย่ลง เหม่อลอย ความคิดช้าหรือนาน ลังเลใจ เปลี่ยนคำตอบ และระยะเวลา โดยการทำแบบประเมินและประยุกต์ร่วมกับการติดตามพฤติกรรม ระหว่างทำประเมินภาวะซึมเศร้า (PHQ-9) ผ่านโปรแกรมประยุกต์บนเว็บ ด้วยเทคนิคการติดตามพฤติกรรม และ (3) เทคนิคการเคลื่อนไหวของศีรษะ สำหรับนำมาใช้ในการศึกษาอาการทางคลินิกด้านทัศนคติด้านการปฏิบัติ ประยุกต์การตรวจจับการแสดงหรือการเคลื่อนไหวของศีรษะ ด้วยเทคนิควิเคราะห์การเคลื่อนไหวของศีรษะ เพื่อประกอบการวินิจฉัยภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นของนักเรียน นักศึกษา และบุคลากร และสามารถสนับสนุนการวินิจฉัยภาวะซึมเศร้าของสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
Integrated Marketing Innovation to Promote Tourism and Hospitality with Social Enterprise Concept in
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัยสวนดุสิต 26 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้ประกอบการ และวิเคราะห์อิทธิพลของประสบการณ์การรับรู้ ความรู้ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ การให้คุณค่าด้านการท่องเที่ยวและการตลาดของกิจการเพื่อสังคม ที่มีต่อแนวโน้มพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ได้ใช้บริการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทย พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางด้านนวัตกรรมการตลาดแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการภายใต้บริบทของการดำเนินกิจการเพื่อสังคมมีรูปแบบผสานทั้งวิจัยเชิงคุณภาพผ่านแบบสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลเชิงลึกจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือ ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เคยเดินทางท่องเที่ยวธุรกิจเพื่อสังคมในประเทศไทย สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และวิจัยเชิงปริมาณก็บข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวน 906 ตัวอย่าง วิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยการวิเคราะห์ถดถอยแบบพหุคูณ ผลการศึกษา พบว่า (1) ผู้ประกอบการต้องตระหนักและให้ความสำคัญในมุมมองของนักท่องเที่ยวที่มีต่อบริการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการของประเทศไทยภายใต้บริบทของการดำเนินกิจการเพื่อสังคม (2) ปัจจัยด้านการให้คุณค่า ปัจจัยด้านประสบการณ์ และด้านการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวและบริการมีผลสูงสุดต่อการดำเนินกิจการเพื่อสังคม และ (3) ได้นำผลมาบูณาการผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนานวัตกรรมการตลาดแบบบูรณาการของธุรกิจเพื่อสังคมที่สะท้อนถึง ถึงแนวทางการดำเนินกิจการด้านนวัตกรรมที่ควรประกอบด้วย 1) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ 2) นวัตกรรมกระบวนการ และ 3) นวัตกรรมบริการ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการการท่องเที่ยวซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคมได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
ROLE OF TECHNOLOGY ACCEPTANCE MODEL (TAM) TOWARDS THE TOURISM OF EASTERN PROVINCE GROUP
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 RMUTT Global Business and Economics 45 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาถึงปจจัยที่สงผลตอการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยวและความตั้งใจที่จะทองเที่ยวในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด)งานวิจัยนี้เปน การวิจัยเชิงปริมาณประชากรในงานวิจัยนี้คือนักทองเที่ยวชาวไทยที่เคยมาทองเที่ยวในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก กลุมตัวอยางประกอบดวยนักทองเที่ยวชาวไทยจํานวน 400 คนโดยแบงเปนจังหวัดละ 100 คนซึ่ง ถูกคัดเลือกดวยวิธีการสุมตัวอยางตามความสะดวก แบบสอบถามถูกใชเปนเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูล โดยแบบสอบถามได ถูก ตรวจสอบทั้งความเที่ยงตรงของเนื้อหา และความเชื่อมั่น จากนั้นนําขอมูลมาทดสอบสมมติฐานการวิจัยดวยสถิติการวิเคราะหองคประกอบการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะหโมเดลสมการโครงสราง เพื่อศึกษาความสัมพันธระหวางตัวแปร โดยผลการวิจัยพบวา 1) ปจจัยดานการรับรูความงายในการใชและปจจัยดานความพรอมใชงานของทรัพยากร สงผลตอปจจัยดานการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยวอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .001 2) ปจจัยดานการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยวสงผ ลตอปจจัยดานความตั้งใจที่จะทองเที่ยวอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .001 แต อยางไรก็ตามปจจัยดานการรับรูประโยชน ไมสงผลตอปจจัยดานการยอมรับสื่อสังคมออนไลนเพื่อการทองเที่ยว ผลการวิจัยดังกลาวถูกนํามาพัฒนาการสื่อสารการตลาดผานสื่อสังคมออนไลนเพื่อสงเสริมการทองเที่ยวในกลุมจังหวัดภาคตะวันออก
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Applying Data Mining Techniques to Studying the Association Rules of Yarn Businesses: Case Study of
อ.รุ่งทิพย์ โคบาล 2569 วารสารก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์ 27 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : อ.รุ่งทิพย์ โคบาล
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อการประยุกต์ใช้กฎความสัมพันธ์ของธุรกิจเส้นด้าย กรณีศึกษาบริษัทเส้นด้ายแห่งหนึ่ง ตามขั้นตอนการดำเนินการวิจัยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการค้นพบความรู้สำหรับเหมืองข้อมูลโดยนำชุดข้อมูลจากฐานข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2565 จำนวน 5,160 ชุด ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ทำความสะอาดข้อมูล และแปลงรูปแบบของข้อมูล จากนั้นนำไปสร้างแบบจำลองโดยสร้างกฎความสัมพันธ์ของข้อมูลด้วยขั้นตอนวิธีของเอฟพี-กโรธ โดยใช้เครื่องมือ RapidMiner และพิจารณาผลการประเมินประสิทธิภาพกฎความสัมพันธ์ของข้อมูลตามค่าสนับสนุน และค่าความเชื่อมั่น ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า กฎความสัมพันธ์จำนวนทั้งสิ้น 4 กฎ มีประสิทธิภาพกฎเป็นไปตามเกณฑ์ทางสถิติ โดยมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ 0.644 - 0.695 และค่าสนับสนุนอยู่ที่ 0.243 – 0.397 เพื่อนำไปสู่แนวทางการดำเนินธุรกิจสำหรับเป็นแนวทางการวางแผนการผลิต หรือการส่งเสริมการตลาดที่มีความเหมาะสมและตรงตามพฤติกรรมของลูกค้าเพื่อนำองค์กรไปสู่ธุรกิจอัจฉริยะเพื่อช่วยเสริมสร้างองค์กรสมัยใหม่ในอนาคต