คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 2 รายการ
(ค้นหา: "คาโนนิคอล")
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
This research is mixed-methods research, which focuses on the factors of flexible working from the p
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีที่มุ่งเน้นการศึกษาถึงองค์ประกอบของการทำงานแบบยืดหยุ่นในมุมมองของบุคลากรกลุ่ม Gen Z ที่มีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในบริษัทเอกชน ภายในเขตกรุงเทพมหานคร โดยการศึกษาระยะแรกเริ่มด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพโดยวิธีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) เพื่อเก็บข้อมูลด้านองค์ประกอบของการทำงานแบบยืดหยุ่น จากบุคลากรที่อยู่ในกลุ่ม Gen Z ผลของการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า บุคลากรกลุ่ม Gen Z มีมุมมองเกี่ยวกับการทำงานแบบยืดหยุ่น 5 องค์ประกอบที่สำคัญคือ 1) ความยืดหยุ่นด้านสถานที่ในการทำงาน 2) ความยืดหยุ่นด้านเวลาในการทำงาน 3) การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการทำงาน 4) การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน และ 5) การบริหารผลการปฏิบัติงานตามผลงาน จากนั้นผู้วิจัยได้นำเอาผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพในระยะแรกมาใช้เป็นตัวแปรอิสระ เพื่อการศึกษาวิจัยในระยะที่สองด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของการทำงานแบบยืดหยุ่นในมุมมองบุคลากร Gen Z กับความพึงพอใจในการทำงาน โดยการเก็บข้อมูลจริงด้วยแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างของบุคลากรกลุ่ม Gen Z ที่ทำงานในบริษัทเอกชน ภายในเขตกรุงเทพมหานคร และทำงานภายใต้นโยบายการทำงานแบบยืดหยุ่นไม่ต่ำกว่า 3 ปี จำนวน 408 คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์คาโนนิคอล
ผลของการศึกษาด้วยวิธีการเชิงปริมาณพบว่าองค์ประกอบของการทำงานแบบยืดหยุ่นในมุมมองบุคลากรกลุ่ม Gen Z มีความสัมพันธ์คาโนนิคอลกับความพึงพอใจในการทำงานอยู่ในระดับมาก โดยมีสัมประสิทธิ์คาโนนิคอลเท่ากับ 0.841 โดยปัจจัยด้านองค์ประกอบของการทำงานแบบยืดหยุ่นในมุมมองบุคลากรกลุ่ม Gen Z มีค่าน้ำหนักคาโนนิคอลระหว่าง 0.687 – 0.855 โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับองค์ประกอบด้านความยืดหยุ่นด้านสถานที่ในการทำงานมากที่สุด ส่วนปัจจัยด้านความพึงพอใจในการทำงานมีค่าน้ำหนักคาโนนิคอลระหว่าง 0.609 – 0.824 โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านผลตอบแทนที่ยุติธรรมมากที่สุด
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
The Canonical Correlation Analysis between Factors Affecting The Using of Virtual Office Technology
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์คาโนนิคอลระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการใช้เทคโนโลยีสำนักงานเสมือนจริงกับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือพนักงานที่ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ทำงานอยู่ภายใต้นโยบายสำนักงานเสมือนจริง ในเขตจังหวัดกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 400 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก ผู้วิจัยเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์คาโนนิคอล
ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้เทคโนโลยีสำนักงานเสมือนจริงมีความสัมพันธ์ในระดับสูงมากกับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ (สัมประสิทธิ์คาโนนิคอล เท่ากับ .727) ปัจจัยที่มีผลต่อการใช้เทคโนโลยีสำนักงานเสมือนจริงมีค่าน้ำหนักความสำคัญคาโนนิคอลระหว่าง .538 - .811 โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับการรับรู้ถึงความง่ายในการใช้เทคโนโลยีสำนักงานเสมือนจริงมากที่สุด ส่วนปัจจัยด้านความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรมีค่าน้ำหนักความสำคัญคาโนนิคอลระหว่าง .564 - .764 โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับการคงอยู่กับองค์กรมากที่สุด แสดงให้เห็นว่าในการดำเนินนโยบายการนำเทคโนโลยีสำนักงานเสมือนจริงมาใช้งานในองค์กร ผู้บริหารองค์กรจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความง่ายของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการปฏิบัติงานของบุคลากร รวมถึงการช่วยสนับสนุนทั้งอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพยากรต่าง ๆ ที่จะทำให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายของตนเองให้สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพได้ บุคลากรจึงจะรู้สึกว่าเทคโนโลยีนั้น ๆ เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของตน ก่อให้เกิดความพึงพอใจในงานและนำไปสู่ความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานในที่สุด