พบ 2 รายการ (ค้นหา: "การวิเคราะห์สมการถดถอยแบบค่าเฉลี่ย")
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Economic and Social Factors Affecting the Savings Rate of Thai Households after the COVID-19 Crisis
ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ 2567 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราช 16 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2567  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ
หลังสถานการณ์โควิด 19 สถิติการออมเงินของคนไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นที่น่ากังวลต่อการดํารงชีพและคุณภาพชีวิตของครัวเรือน รวมถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว การศึกษาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่ออัตราการออมของครัวเรือนไทยหลังวิกฤตโควิด 19 ใช้ข้อมูลจากการสํารวจทางเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี พ.ศ. 2566 จํานวน 46,090ครัวเรือน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สมการถดถอยพหุคูณแบบค่าเฉลี่ยและควอนไทล์รีเกรสชั่นณ ระดับ0.25 และ 0.75 เพื่อคํานวณผลกระทบของปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนที่มีผลต่ออัตราการออมของครัวเรือนที่มีระดับต่ํากว่าและสูงกว่าค่าเฉลี่ย ตามลําดับ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการออมของครัวเรือนในทุกกลุ่มอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ได้แก่ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน และจํานวนสมาชิกในครัวเรือนที่ทํางานหารายได้ ส่งผลในทางบวกต่ออัตราการออมของครัวเรือน ในขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน และจํานวนเด็กอายุต่ํากว่า 15 ปี ในครัวเรือนส่งผลในทางลบต่ออัตราการออมของครัวเรือน ดังนั้น ภาครัฐควรมีนโยบายส่งเสริมให้มีความรู้ทางการเงิน การบริหารจัดการเงิน มีนโยบายในการเพิ่มการจ้างงานหาแนวทางในการเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือน มีมาตรการช่วยลดรายจ่ายของครัวเรือน และมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากการมีบุตร เพื่อช่วยให้ครัวเรือนมีศักยภาพในการออมได้เพิ่มขึ้น
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
Socio-Economics Factors Affecting Thailand’s Household Debt-to-Income Ratio
ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ 2567 วารสารมนุษยสังคมสาร คณะมนุษยศาสตร์แ 16 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2567  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ
การศึกษาในครั้งนี้เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ของครัวเรือนไทย และศึกษาผลกระทบของปัจจัยกำหนดสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ของครัวเรือนที่มีสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ของครัวเรือนต่ำกว่าและสูงกว่าระดับเฉลี่ยตามลำดับ โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สมการถดถอยแบบค่าเฉลี่ยและควอนไทส์รีเกรสชั่น ณ ระดับ 0.25 และ 0.75 ผลการศึกษาพบว่า ระดับการศึกษาสูงสุดของหัวหน้าครัวเรือน สถานภาพการทำงานของหัวหน้าครัวเรือน จำนวนสมาชิกในครัวเรือน รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน และเงินออมเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือน เป็นปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ของครัวเรือนในทุกระดับ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเงินเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับครัวเรือน รวมถึงการนำสัดส่วนการผ่อนชำระต่อรายได้มาใช้เป็นเกณฑ์ในการก่อหนี้ใหม่ จะช่วยลดการก่อหนี้เกินตัว และช่วยให้ลูกหนี้มีรายได้หลังชำระหนี้เพียงพอต่อการดำรงชีพ