พบ 2 รายการ (ค้นหา: "ภูมิภาค")
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Dynamics of Income, Expenditure, and Savings of Thai Households During 2011-2019
ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ 2569 วารสารวิทยาการจัดการปริทัศน์ 13 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของรายได้ รายจ่าย และเงินออมของครัวเรือนประเทศไทย และ 2) เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของรายได้ รายจ่าย และเงินออมของครัวเรือนประเทศไทย ระหว่างภูมิภาค และเขตที่อยู่อาศัยเมือง-ชนบท ใช้ข้อมูลจากโครงการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ในช่วงปี 2554 ถึง 2562 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และค่าอัตราการเปลี่ยนแปลง ผลการวิจัยพบว่า ครัวเรือนไทยมีปัญหารายได้เพิ่มขึ้นไม่ทันกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยรายได้เฉลี่ยของครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.58 ในขณะที่รายจ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.36 ครัวเรือนในกรุงเทพมหานครมีรายได้มากที่สุด มีค่าเฉลี่ยของรายได้เท่ากับ 47,609 บาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยของรายได้ครัวเรือนทั้งประเทศซึ่งมีค่าเท่ากับ 25,258 บาท ในส่วนของค่าใช้จ่ายอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ พบว่าทุกภูมิภาคมีอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 14.31 โดยครัวเรือนในกรุงเทพมหานครมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 35.81 สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับ การอุปโภคบริโภค มีอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.82 โดยครัวเรือนในกรุงเทพมหานครมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุดร้อยละ 32.89 เงินออมเฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนมีค่าเท่ากับ 5,856 บาท โดยครัวเรือนในกรุงเทพมหานครมีเงินออมเฉลี่ยมากที่สุดเท่ากับ 13,988 บาท ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองและชนบทยังมีความแตกต่างกันในทุกมิติทั้งรายได้ รายจ่าย และเงินออม ครัวเรือนในเขตเมืองมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าในเขตชนบทกว่า 7,000 บาท มีรายจ่ายเฉลี่ยสูงกว่าในเขตชนบทกว่า 4,000 บาท และมีเงินออมสูงกว่าในเขตชนบทกว่า 2,700 บาท อย่างไรก็ตามพบว่า ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทมีการเพิ่มขึ้นของรายได้ รายจ่าย และเงินออมมากกว่าครัวเรือนในเขตเมือง ในช่วงเวลาดังกล่าว
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q2
Improving English Education at Thai Universities: Integration of Digital Learning
อ.ดร.กรกช ม่วงแกม 2568 Forum for Linguistic Studies 1,391 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2568  |  เจ้าของผลงาน : อ.ดร.กรกช ม่วงแกม
การศึกษาวิจัยเชิงเอกสารนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาการยกระดับการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยไทย โดยมุ่งเน้นการบูรณาการแนวทางการเรียนรู้ภาษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนโยบายสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษานี้มุ่งสำรวจบทบาทของโปรแกรมการเรียนรู้ภาษาโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย (Computer-Assisted Language Learning: CALL) กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาโดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ช่วย (Mobile-Assisted Language Learning: MALL) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ภาษาออนไลน์ ในการส่งเสริมความสามารถทางภาษา เพิ่มการมีส่วนร่วมและแรงจูงใจของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งข้อมูลภาษาที่ใช้จริง สนับสนุนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะบุคคล เอื้อต่อการเรียนรู้แบบร่วมมือ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพของผู้สอน อย่างไรก็ตาม การนำแนวทางการเรียนรู้ภาษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลดังกล่าวไปใช้และบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนยังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ช่องว่างด้านความรู้และทักษะดิจิทัล การต่อต้านหรือความไม่พร้อมต่อการปรับเปลี่ยนแนวทางการสอน โอกาสในการใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนที่มีจำกัด ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร ปัจจัยทางวัฒนธรรม ตลอดจนการขาดการสนับสนุนจากสถาบันและกรอบนโยบายที่เพียงพอ เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว การศึกษานี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่นโยบายระดับสถาบันควรให้ความสำคัญกับองค์ประกอบสำคัญหลายประการ ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการศึกษา การจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง การจัดโอกาสในการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้สอนและบุคลากร การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างทักษะทางภาษา ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการทดลอง การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการทำงานร่วมกัน ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษานี้ ได้แก่ การยกระดับผลลัพธ์ด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ การส่งเสริมความเสมอภาคในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ภาษา การสนับสนุนการกำหนดนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐาน การส่งเสริมการเติบโตทางวิชาชีพของผู้สอน การเพิ่มการมีส่วนร่วมและแรงจูงใจของผู้เรียน การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก การเพิ่มศักยภาพในการมีงานทำของผู้เรียน ตลอดจนการส่งเสริมความก้าวหน้าด้านการวิจัยและนวัตกรรม