คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 27 รายการ
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 3
IoT-Based Sign Language Recognition System
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบแปลภาษามือตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบเรียลไทม์โดยใช้แนวคิดการประมวลผลแบบไฮบริดระหว่างเว็บไคลเอนต์และอุปกรณ์ IoT ระบบใช้ MediaPipe ส าหรับสกัดพิกัดจุดข้อต่อของมือจ านวน 42 ค่าแทนการใช้ภาพถ่ายดิบ เพื่อลดความซับซ้อนของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล จากนั้นน าข้อมูลพิกัดไปจ าแนกด้วยโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบหลายชั้น (MLP) บนไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 โดยประยุกต์ใช้แนวคิดรูปแบบมาตรฐาน (Canonical Form) เพื่อแก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างมือซ้ายและขวา ผลการทดลองพบว่าระบบสามารถแปลภาษามือตัวอักษรภาษาอังกฤษ A–Z (ยกเว้น J และ Z) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าความถูกต้องเฉลี่ยเท่ากับ 91.67% และสามารถท างานได้อย่างเสถียรในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลเชิงโครงสร้างร่วมกับสถาปัตยกรรมแบบไฮบริดช่วยให้ระบบแปลภาษามือมีความแม่นย าสูง เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้บนอุปกรณ์ IoT ที่มีข้อจ ากัดด้านทรัพยากร
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Application of alumina fabricated through photosensitive binder jetting techniques in water filtrati
-
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Improved electrical and bioactivities of lead-free BNT–SBT ceramics by STZ additive and post-sinteri
ไม่มี
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Breaking the strain–symmetry trade-off via electrostriction-mediated reversible phase transition in
ไม่มี
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
A Comparative Study of Teachers’ Needs for Developing Competencies in Using Artificial Intelligence
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรปราการ และ 2) เปรียบเทียบความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโรงเรียนเอกชนจังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูจำนวน 264 คน ซึ่งเข้าร่วมการวิจัยโดยสมัครใจและตอบแบบสอบถามออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅=3.65, S.D.=0.89) และ 2) ครูที่มีช่วงวัย ประสบการณ์สอน และประสบการณ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์แตกต่างกัน มีความต้องการพัฒนาสมรรถนะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Experiences in Creative Learning Management of Teachers at Sumanan School
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ของครูโรงเรียนสุมานันเป็นการวิจัยเชิงบรรยายโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลคือครูที่เลือกแบบเจาะจง ซึ่งมีประสบการณ์ใช้เกลียวการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์อย่างน้อยหนึ่งภาคเรียน เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านมุมมอง ครูเห็นว่าเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีอิสระทางความคิด มีขั้นตอนชัดเจนและยืดหยุ่น ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การใช้เหตุผล
การลงมือปฏิบัติจริง การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และสร้างแรงจูงใจ ความสุข และความร่วมมือของผู้เรียน
2) ด้านสภาพการจัดการเรียนรู้ ครูส่วนใหญ่ประยุกต์ใช้เกลียวการเรียนรู้ให้เหมาะกับบริบท จัดกิจกรรมโดยใช้จินตนาการเป็นฐาน เน้นการทำงานเป็นทีม และส่งเสริมการยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น ครูเป็นโค้ช สร้างบรรยากาศเชิงบวก เข้าใจความแตกต่าง และส่งเสริมการสะท้อนคิด ครูรวมกลุ่มเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3) ด้านปัญหาและความต้องการพัฒนา ครูไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ครบทุกขั้นตอนในเวลาจำกัด ต้องชดเชยหรือบูรณาการ บางส่วนสับสนในการใช้เกลียวการเรียนรู้ พบความยากในการออกแบบกิจกรรม การปรับหัวข้อให้ตรงความต้องการผู้เรียน ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคล และความไม่มั่นใจของผู้เรียน
ครูต้องการเสริมทักษะการผลิตสื่อ การพัฒนาเกณฑ์การประเมินผล และการฝึกอบรมหรือกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q3
Depression analysis using behavior tracking and facial expression recognition during PHQ-9 assessmen
The objective of this research is to comparatively study the analysis of depression potentiality from videos recorded during PHQ-9 assessment and clinical psychologists’ expertise (psychometric) in major depression disorder diagnosis by implementing experimental research from three subject groups. The subjects were selected by using the purposive sampling method, and they consented according to the Human Research Ethics Committee. In addition, the data were collected via experimentation at the Psychiatry and Drug Addiction Subdivision of the hospital by using a research tool created from the application of facial expression recognition pre-training model, user behavior tracking, and PHQ-9 questionnaire in accordance with clinical manifestations. The relationship between PHQ-9 questions and the subjects’ emotions, which occurred while they are taking the questionnaires, are analyzed by using correlation statistics. After that, the results are compared by three clinical psychologists who have been specializing in depression diagnosis for more than seven years. The relationship exhibits the following interesting outcomes: 1) The correlation result showed a significant relationship between PHQ-9, emotion, behavior tracking, and reaction time with real subjects (Experimental group) but not significant with fake subjects (Experimental excluded group); and 2) Most of the emotions derived from the experiment have similar trends. To elaborate, the untreated subjects and the subjects who are undergoing treatment are prone to sadness, whereas the normal subjects tend to be happy, and the result barely has a relationship with PHQ-9
วารสารวิชาการ
ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q4
HGT4REC: HYPERBOLIC GRAPH TRANSFORMER FOR SEQUENTIAL AND SOCIAL RECOMMENDATION
Sequential behaviors and social ties jointly shape user preferences; however, most prior work models them in isolation and relies on shallow fusion in Euclidean space, which struggles to capture temporal drift and hierarchical social structure. We propose a novel framework; HGT4Rec, a Hyperbolic Graph Transformer for Sequential and Social Recommendation. A graph transformer encodes item-transition dependencies to track evolving preferences along the sequence, while a hyperbolic transformer operates on the social graph to represent long-range and hierarchical influence. We further introduce FusionGRU, an adaptive gating module that integrates the two representations into a unified preference state for Top-K prediction. Experiments on Yelp, iFashion, LastFM show that HGT4Rec delivers substantial improvements over the strongest baseline, achieving +348.22% / +314.86%, +383.21% / +210.19%, and +90.85% / +9.83% in Recall@10 and NDCG@10, respectively. Our results demonstrate the value of combining graph transformers with hyperbolic space modeling and the gated fusion for next-item recommendation in sequential and social settings (our code).
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
The Relationship Between Firm Value and Stock Prices of Listed Companies in the Stock Exchange of Th
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปัจจัยทางการเงินในภาพรวม ศึกษามูลค่ากิจการ เปรียบเทียบกลุ่มปัจจัยด้านกําไรกับประเมินมูลค่า ที่มีความสัมพันธ์ต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทยั่งยืน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB) บมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.ปตท.สผ. (PTTEP) ดําเนินการเก็บข้อมูลรายไตรมาส พ.ศ. 2558-2567 วิเคราะห์แบบจําลอง Panel Econometricsพบว่า อัตรากําไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราส่วนกําไรสุทธิ (NPM) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% ส่วนกําไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% แบบจําลอง Fixed Effects จึงเหมาะสมมากกว่า Pooled OLS และประเมินปัจจัยทางการเงินได้ 79% ความสัมพันธ์ระหว่างTOBINS’Q กับราคาหลักทรัพย์ BBL พบว่า EPS และอัตราส่วนราคาต่อกําไร (P/E ratio) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ส่วน EBIT มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% KBANK พบว่า P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ NPM และ ROA มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ 90% ตามลําดับ KTBพบว่า EPS และ P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTT พบว่า EBIT, P/E ratio และอัตราการจ่ายเงินปันผล (DPR) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTTEP พบว่า EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ P/E ratio และ NPM มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% 95% และ 99% ตามลําดับ การเปรียบเทียบพบว่า กลุ่มปัจจัยด้านกําไร ได้แก่ EBIT มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 95% กลุ่มประเมินมูลค่า DPR มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99%
วารสารวิชาการ
ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
THE INFLUENCE OF FINANCIAL RATIOS ONTHESTOCK PRICESOF REAL ESTATE DEVELOPMENT COMPANIES LISTED ON TH
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของอัตราส่วนทางการเงินต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้ข้อมูลจากงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินตั้งแต่ไตรมาสที่ 1-4 พ.ศ. 2558-2567 จํานวน200 ตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้ข้อมูลประเภททุติยภูมิโดยนําข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาจัดรูปแบบและเรียงลําดับระยะเวลา แหล่งข้อมูลมาจากดัชนีราคาหลักทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่แบบจําลองการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณและวิธีสมการถดถอย ในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินทั้ง 5 ประเภทกับราคาหลักทรัพย์ได้แก่ 1) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจํากัด(มหาชน) ร้อยละ 69 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 2) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 66 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 3) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้(ประเทศไทย) จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 15 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 4) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนและอัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทศุภาลัยจํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 64 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 และ5) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเอพี(ไทยแลนด์) จํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 90 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95