คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 23 รายการ
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Image Processing on MNIST Digit Dataset Using Convolutional Neural Networks (CNN)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลู
ชัน (Convolutional Neural Network: CNN) ในการวิเคราะห์และจำแนกรูปภาพตัวเลขลายมือเขียน และ
(2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเทคนิค CNN กับเทคนิคพื้นฐาน ในการวิเคราะห์รูปภาพตัวเลข โดยใช้
ชุดข้อมูล Digit-MNIST ซึ่งเป็นชุดข้อมูลมาตรฐานที่ประกอบด้วยภาพตัวเลขลายมือเขียนตั้งแต่เลข 0 ถึง 9
เป็นข้อมูลในการทดลอง การสร้างโมเดลสำหรับการจำแนกรูปภาพด้วยเทคนิค CNN และเทคนิคพื้นฐาน ผล
การศึกษาพบว่า (1) เทคนิค CNN ให้ประสิทธิภาพในการจำแนกรูปภาพตัวเลข คิดเป็น 98.64% และ (2)
เทคนิค CNN มีประสิทธิภาพสูงกว่าเทคนิคพื้นฐาน คือ HOG + SVM มีประสิทธิภาพ 95.75% และ LBP + kNN มีประสิทธิภาพ 35.32% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าเทคนิค CNN มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูง
สำหรับการประมวลผลและวิเคราะห์รูปภาพตัวเลข และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านการรู้จำรูปภาพ
ในด้านอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Sentiment Analysis on the IMDB Dataset Using GRU
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อวิเคราะห์ความรู้สึกจากชุดข้อมูล IMDB ด้วยโครงข่ายประสาท
เทียมแบบ GRU และ (2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพจากชุดข้อมูล IMDB ด้วยโครงโครงข่ายประสาทเทียม
ด้วย GRU กับเทคนิคพื้นฐาน โดยใช้ข้อมูลรีวิวภาพยนตร์ภาษาอังกฤษจำนวนทั้งสิ้น 50,000 รีวิว ประกอบด้วย
รีวิวเชิงบวก (Positive) จำนวน 25,000 รีวิว และรีวิวเชิงลบ (Negative) จำนวน 25,000 รีวิว แบ่งข้อมูล
ออกเป็นชุดฝึกสอนร้อยละ 80 (40,000 รีวิว) และชุดทดสอบร้อยละ 20 (10,000 รีวิว) ผลการวิจัยพบว่า
(1) แบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบ GRU ให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยมีค่าความถูกต้อง (Accuracy)
เท่ากับ 0.8705 ค่า Precision เท่ากับ 0.8653 ค่า Recall เท่ากับ 0.8762 และค่า F1-Score เท่ากับ 0.8707
ตามลำดับ และ (2) ผลการเปรียบเทียบแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียมแบบ GRU มีประสิทธิภาพดีที่สุด
เมื่อเทียบกับ Random Forest (Accuracy = 0.8525) และ Decision Tree (Accuracy = 0.7266)
ตามลำดับ ผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแบบจำลอง GRU ในการวิเคราะห์ความรู้สึก
จากชุดข้อมูลข้อความขนาดใหญ่
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Sentiment Analysis on the IMDB Dataset Using LSTM
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ (1) วิเคราะห์ความรู้สึกจากชุดข้อมูล IMDB Large Movie Review
Dataset ด้วยโครงข่ายประสาทเทียมแบบ Long Short-Term Memory (LSTM) และ (2) เปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพการวิเคราะห์ความรู้สึกระหว่างโมเดล LSTM กับเทคนิคพื้นฐาน ได้แก่ Decision Tree และ
Random Forest โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจาก IMDB Large Movie Review Dataset ซึ่งเป็นชุดข้อมูลรีวิว
ภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ และประยุกต์ใช้เทคนิคการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing)
ผลการวิจัยพบว่า (1) โครงข่ายประสาทเทียมแบบ LSTM สามารถจำแนกความรู้สึกจากรีวิวภาพยนตร์ที่มีความ
ซับซ้อนเชิงบริบทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกลุ่มความคิดเห็นเชิงบวกและเชิงลบได้อย่างเป็นระบบ
และ (2) จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพพบว่า โมเดล LSTM ให้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีค่าความถูกต้อง
แม่นยำ (Accuracy) เท่ากับ 0.8945 รองลงมา คือ Random Forest (Accuracy = 0.8519) และ Decision Tree
(Accuracy = 0.7226) ตามลำดับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโครงข่ายประสาทเทียมที่สามารถเรียนรู้
ความสัมพันธ์เชิงลำดับ (Sequential Data) เช่น LSTM มีความเหมาะสมในการวิเคราะห์ข้อมูลข้อความที่มีความ
ยาวและบริบทต่อเนื่องมากกว่าเทคนิคพื้นฐาน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาระบบแนะนำภาพยนตร์และ
เครื่องมือวิเคราะห์ทัศนคติผู้บริโภคในอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัลต่อไป
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Image Processing on the CIFAR-10 Dataset Using Convolutional Neural Networks (CNN)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้(1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน
(Convolutional Neural Network: CNN) สำหรับการจำแนกภาพจากชุดข้อมูล CIFAR-10 และ (2) เพื่อ
เปรียบเทียบประสิทธิภาพของโมเดลโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน (CNN) กับเทคนิคพื้นฐาน สำหรับการ
จำแนกภาพจากชุดข้อมูล CIFAR-10 โดยวิธีการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) ผ่านการออกแบบสถาปัตยกรรม
โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน ประกอบด้วย ชั้นคอนโวลูชัน ชั้นพูลลิง และชั้นเชื่อมต่อเต็มรูปแบบ พร้อม
ทั้งใช้เทคนิคการปรับปรุงประสิทธิภาพของโมเดล เช่น การใช้ฟังก์ชันกระตุ้น การลดปัญหา overfitting และการ
ปรับพารามิเตอร์ของโมเดล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวัดค่าความแม่นยำ (Accuracy) และค่าความสูญเสีย (Loss)
ผลการวิจัย พบว่า (1) โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน สามารถเรียนรู้คุณลักษณะของภาพจากชุด
ข้อมูล CIFAR-10 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ (2) ผลการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ พบว่าโครงข่ายประสาทเทียม
แบบคอนโวลูชัน มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยค่าความถูกต้องแม่นยำ เท่ากับ 0.7015 รองลงมา คือ HOG + SVM
(Accuracy = 0.6208) และ LBP + k-NN (Accuracy = 0.1012) ตามลำดับ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าโครงข่าย
ประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน มีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านการประมวลผลภาพจริง
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Image Processing on Fashion-MNIST Dataset Using Convolutional Neural Networks (CNN)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเทคนิค CNN ในการจำแนกประเภท
รูปภาพแฟชั่น จากชุดข้อมูล Fashion-MNIST และ (2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเทคนิค CNN กับ
เทคนิคพื้นฐานทางการเรียนรู้ของเครื่อง ในการจำแนกประเภทรูปภาพแฟชั่น โดยใช้ชุดข้อมูลรูปภาพ
แฟชั่น Fashion-MNIST ซึ่งประกอบด้วยภาพเสื้อผ้าแบบขาวดำ จำนวนทั้งหมด 70,000 ภาพ แบ่งเป็น 10
หมวดหมู่ โดยแบ่งชุดข้อมูลสำหรับการฝึกสอนแบบจำลองจำนวน 60,000 ภาพ และชุดข้อมูลสำหรับการ
ทดสอบแบบจำลองจำนวน 10,000 ภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการด้วยการจำแนกประเภทรูปภาพโดยใช้
โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน และประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองด้วยค่าความถูกต้อง
(Accuracy) และค่าความสูญเสีย (Loss) ผลการวิจัยพบว่า (1) โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันมี
ความสามารถในการจำแนกประเภทรูปภาพแฟชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าความถูกต้องเท่ากับร้อยละ
88.84 และ (2) เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิคพื้นฐาน ได้แก่ เทคนิคซัพพอร์ตเวกเตอร์แมชชีน (SVM) และเทคนิค
เค-เนียร์เรสต์เนเบอร์ (k-NN) พบว่าโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันมีประสิทธิภาพสูงกว่า ทั้งนี้
เนื่องจากโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันสามารถเรียนรู้คุณลักษณะเชิงพื้นที่และลำดับชั้นของภาพได้
โดยอัตโนมัติ ซึ่งเหมาะสมกับงานประมวลผลและวิเคราะห์ภาพแฟชั่น
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Fake News Detection on the Fake News Dataset Using GRU
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาประสิทธิภาพของโครงข่ายประสาทเทียมแบบ Gated
Recurrent Unit (GRU) ในการตรวจจับข่าวปลอม และ (2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพของโมเดล GRU กับ
เทคนิคพื้นฐานในการจำแนกข่าวจริงและข่าวปลอม โดยใช้ชุดข้อมูลข่าวจากแหล่งข้อมูลสาธารณะเป็น
กรณีศึกษา คือ ชุดข้อมูลข่าวปลอม (Fake News Dataset) ประกอบด้วยข่าวจริงและข่าวปลอมอย่าง
ละ 10,400 รายการ รวมทั้งหมด 20,800 รายการ กระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเตรียมและทำความ
สะอาดข้อมูลข้อความ ได้แก่ การตัดคำ การลบคำหยุด และการปรับรูปแบบข้อความ จากนั้นแปลงข้อมูล
ข้อความให้อยู่ในรูปแบบเวกเตอร์ด้วยเทคนิค การฝังคำ เพื่อนำไปใช้ในการฝึกสอนและทดสอบโมเดล GRU
และโมเดลพื้นฐาน โดยทำการแบ่งชุดข้อมูลออกเป็นชุดฝึกสอน (Training Set) ร้อยละ 80 และชุดทดสอบ
(Testing Set) ร้อยละ 20 ของข้อมูลทั้งหมด โดยชุดฝึกสอนประกอบด้วยข้อมูลจำนวน 16,640 รายการ
ใช้สำหรับการเรียนรู้และปรับค่าพารามิเตอร์ของแบบจำลอง ขณะที่ชุดทดสอบประกอบด้วยข้อมูลจำนวน
4,160 รายการ ใช้สำหรับประเมินประสิทธิภาพของแบบจำลองหลังจากกระบวนการฝึกสอนเสร็จสิ้น
การประเมินประสิทธิภาพของโมเดลดำเนินการโดยใช้ตัวชี้วัด ได้แก่ ความแม่นยำ ความเที่ยงตรง ความ
ครอบคลุม ค่าคะแนนเอฟหนึ่ง และ ตารางคอนฟิวชัน ผลการวิจัยพบว่า (1) โมเดล GRU สามารถจำแนกข่าว
จริงและข่าวปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับสูง และ (2) โมเดล GRU มีค่าความแม่นยำเท่ากับร้อยละ
97.19 ซึ่งสูงกว่าเทคนิคพื้นฐานที่นำมาเปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าโครงข่ายประสาทเทียมแบบ GRU
มีศักยภาพในการคัดกรองข่าว เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการเผยแพร่ข่าวปลอมในสังคมดิจิทัล
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Fake News Detection on the Fake News Dataset Using LSTM
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ (1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของเทคนิคโครงข่ายประสาทเทียมแบบ
ความจำระยะสั้น–ยาว (Long Short-Term Memory: LSTM) ในการตรวจจับข่าวปลอม และ (2) เพื่อ
เปรียบเทียบประสิทธิภาพของโครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาวกับเทคนิคพื้นฐานในการ
ตรวจจับข่าวปลอม การดำเนินการวิจัยใช้ข้อมูลข่าวจากสถานการณ์จริงทั่วโลก จำนวนทั้งสิ้น 20,800 ข่าว
ประกอบด้วยข่าวปลอมจำนวน 10,413 ข่าว และข่าวจริงจำนวน 10,387 ข่าว แบ่งข้อมูลออกเป็นชุดข้อมูล
ฝึกสอนร้อยละ 80 และชุดข้อมูลทดสอบร้อยละ 20 การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการด้วยการจำแนกประเภท
ข่าวโดยใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาว ผลการวิจัยพบว่า (1) โครงข่ายประสาทเทียม
แบบความจำระยะสั้น–ยาว มีประสิทธิภาพในการตรวจจับข่าวปลอม โดยมีค่าความถูกต้อง (accuracy)
เท่ากับร้อยละ 97.78 และ (2) เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับเทคนิคพื้นฐาน ได้แก่ เทคนิคต้นไม้ตัดสินใจ
และเทคนิคป่าต้นไม้สุ่ม พบว่าโครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาว มีประสิทธิภาพสูงกว่า ทั้งนี้
เนื่องจากโครงข่ายประสาทเทียมแบบความจำระยะสั้น–ยาว มีความสามารถในการเรียนรู้เชิงลึกและการเรียนรู้
ลำดับข้อมูลเชิงเวลา ซึ่งเหมาะสมกับข้อมูลข้อความข่าว
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Development of an Online Maintenance Request and Repair Status Tracking System
โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ 2) ประเมินประสิทธิภาพของระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ และ 3) ประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ แบบประเมินประสิทธิภาพการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน และแบบประเมินความพึงพอใจระบบแจ้งซ่อมออนไลน์ โดยผู้ใช้งาน จำนวน 27 ท่าน (อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรซ่อมบำรุงของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัย พบว่า ผลการประเมินประสิทธิภาพการพัฒนาระบบแจ้งซ่อมและติดตามการซ่อมออนไลน์ โดยผู้เชี่ยวชาญ อยู่ในระดับมาก (x = 4.40, S.D. = 0.74) และด้านความพึงพอใจของผู้ใช้งาน อยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.51, S.D. = 0.62)
บทความประชุมวิชาการ
ระดับนานาชาติ
BERTGRU4Sentiment: Bidirectional Encoder Representations from Transformers with Gated Recurrent Unit
This study proposes BERTGRU4Sentiment, a deep learning model that combines fine-tuned Bidirectional Encoder Representations from Transformers (BERT) with a Gated Recurrent Unit (GRU) for multilingual sentiment analysis. The proposed model is evaluated on four benchmark datasets: Wongnai (Thai), Amazon Reviews (English), Twitter/X (English), and IMDB (English), covering both three-class (negative, neutral, positive) and two-class (negative, positive) classification tasks. To address class imbalance, a mixed over- and under-sampling strategy is applied to all datasets. Results demonstrate that BERTGRU4Sentiment consistently outperforms traditional baseline models including Decision Tree, Random Forest, XGBoost, and LSTM across all datasets, achieving accuracy of 69.49% on Wongnai, 93.67% on Amazon Reviews, 71.73% on Twitter, and 83.97% on IMDB. The findings confirm that BERTGRU4Sentiment enables richer contextual feature extraction, and the proposed architecture is effective for multilingual sentiment classification tasks.
บทความประชุมวิชาการ
ระดับนานาชาติ
CGRN4FakeNews: Convolutional Gated Recurrent Network for Fake News Detection
This study aims to (1) examine the effectiveness of the Convolutional Gated Recurrent Network for
Fake News Detection (CGRN4FakeNews) model in fake news classification and (2) compare its performance
with baseline methods across different datasets. The model was evaluated using the PolitiFact and
GossipCop subsets of the FakeNewsNet dataset. The research process involved text preprocessing and data
cleaning, including word tokenization, lowercasing, the removal of URLs, HTML tags, numerical values,
punctuation marks, and redundant whitespace, as well as stopword handling. The processed text data were
then transformed into vector representations using a word embedding technique for model training and
evaluation. The model performance was assessed based on Accuracy, Precision, Recall, F1-score, and
Confusion Matrix metrics. The experimental results indicate that the proposed CGRN4FakeNews model
effectively distinguishes between real and fake news articles, achieving classification accuracies of 95.75%
on the PolitiFact dataset and 91.12% on the GossipCop dataset. These findings demonstrate the
effectiveness and suitability of the CGRN4FakeNews model for fake news detection tasks.