พบ 74 รายการ
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
PREDICTION OF VACUUM DRYING KINETICS OF FINGERROOT USING ARTIFICIAL NEURAL NETWORK MODELS
ดร.อำพล พิชัยเชิด 2569 Journal of Science and Technology T 164 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.อำพล พิชัยเชิด
การอบแห้งเป็นกระบวนการหลังการเก็บเกี่ยวที่มีความสำคัญต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และอายุการเก็บรักษาของ สมุนไพรและพืชสมุนไพร งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network: ANN) เพื่อทำนายพฤติกรรมการอบแห้งของกระชายขาว (Boesenbergia rotunda) ภายใต้สภาวะสุญญากาศ โดยได้ทำการทดลอง อบแห้งที่ความดันสัมบูรณ์ 3 ระดับ (5, 10 และ 15 kPa) และความหนาตัวอย่าง 3 ระดับ (3, 5 และ 7 mm) โดยพิจารณาตัว แปรสำคัญ ได้แก่ ความชื้น (Moisture Content; MC) อัตราส่วนความชื้น (Moisture Ratio; MR) และอัตราการแห้ง (Drying Rate; DR) ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่า การอบแห้งที่ความดันต่ำ 5 kPa ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคายน้ำ ทำให้ ระยะเวลาอบแห้งสั้นที่สุด ในขณะที่ความดันที่สูงขึ้นส่งผลให้การคายน้ำช้าลง แบบจำลอง ANN ที่พัฒนาขึ้นมีโครงสร้าง ประกอบด้วย 2 ชั้นซ่อน (Hidden Layers) พร้อมกลไกการหยุดก่อนเวลา (Early Stopping) และการปรับอัตราการเรียนรู้ (Learning Rate Reduction) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ผลการประเมินพบว่าแบบจำลองมีความสอดคล้องกับข้อมูล การทดลองอย่างดีเยี่ยม โดยได้ค่า R2 มากกว่า 0.98, ค่า RMSE ต่ำกว่า 0.03 และค่า MAPE อยู่ระหว่าง 3.8–10.9% แสดงให้ เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความสามารถของ ANN ในการทำนายพฤติกรรมการอบแห้งภายใต้สภาวะสุญญากาศได้อย่าง Received: Aug 28, 2025 Revised: Jun 16, 2026 Accepted: แม่นยำ ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ ANN ในการประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุม กระบวนการอบแห้งสุญญากาศของสมุนไพร ซึ่งมีประโยชน์ต่อการออกแบบระบบการอบในระดับอุตสาหกรรม การประหยัด พลังงาน และการคงคุณภาพของสมุนไพรที่มีคุณค่าทางยา คำสำคัญ : กระชายขาว, การอบแห้งสุญญากาศ, โครงข่ายประสาทเทียม, อัตราการแห้ง
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q4
AUTOMATIC CORN FIELD DETECTION USING UNMANNED AERIAL VEHICLE AND TRANSFER LEARNING BASED APPROACH
ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง 2569 ICIC Express Letters 468 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง
This study presents an automated system for corn field detection and measurement that combines Unmanned Aerial Vehicle (UAV) technology with deep transfer learning to address critical inefficiencies in agricultural data verification. Current verification methods rely on time-consuming on-site inspections that strain resources and delay operations. Our methodology integrates aerial data acquisition with automated analysis by leveraging transfer learning techniques to adapt pre-trained convolutional neural networks for corn field detection. Through a comparative evaluation of three architectures – MobileNetV1, MobileNetV2, and InceptionV3 – we demonstrate how transfer learning enables efficient model training with limited agricultural datasets while maintaining high accuracy. Testing revealed MobileNetV2’s superior performance with a Mean Absolute Error of 0.147, enabling field measurements accurate to within ±50 square meters of actual dimensions. Field validation demonstrates the system’s capability to automatically detect and delineate corn cultivation areas with high precision, offering substantial improvements over traditional manual verification methods. This transfer learning approach significantly reduces both human intervention requirements and operational costs while improving measurement accuracy and minimizing the need for extensive training data. The system’s demonstrated effectiveness suggests broad applications in agricultural monitoring and resource management, particularly in regions where manual verification poses logistical challenges.
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Factors in choosing to use international airport services in Tokyo, Japan for Thai passenger
ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล 2569 วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษย 811 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้โดยสารชาวไทยในการเลือกใช้ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงโตเกียว และ (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้ท่าอากาศยานดังกล่าว การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นคนไทยที่เคยเดินทางไปโตเกียวจ านวน 400 คน โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม และการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณผลการวิจัยพบว่า(1)ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 28–44 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 20,001–30,000 บาท และเดินทางไปโตเกียวเพื่อการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว (2)ปัจจัยที่มีความส าคัญกับการเลือกใช้ท่าอากาศยานมี 6 ด้านเรียกจากความส าคัญมากที่สุด คือ ความคุ้มค่าในการใช้บริการท่าอากาศยาน, สิ่งอ านวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน, จ านวนตารางเที่ยวบินที่ออกเดินทาง, ความสะดวกสบายเดินทางไปยังตัวเมือง, ความรวดเร็วการผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง และค่าธรรมเนียมการใช้บริการท่าอากาศยานและจากผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ: พบว่าปัจจัยทั้ง 6 ด้านสามารถอธิบายความแปรปรวนของการตัดสินใจเลือกใช้ท่าอากาศยานได้ร้อยละ 65.1 (R² = 0.651) โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ (p < 0.001) เรียงตามล าดับ คือ: ความคุ้มค่าในการใช้บริการท่าอากาศยาน(β= 0.318) มีอิทธิพลมากที่สุด สิ่งอ านวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน(β= 0.247) จ านวนตารางเที่ยวบินที่ออกเดินทาง(β= 0.236) ความสะดวกในการเดินทางไปยังตัวเมือง (β= 0.201) ความรวดเร็วการผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง(β= 0.178) ส่วนค่าธรรมเนียมการใช้บริการท่าอากาศยาน แม้จะมีอิทธิพลเชิงบวก แต่ไม่มีนัยส าคัญทางสถิติ (p = 0.118)
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
MARKETING MIX FACTORS AFFECTING THE DECISION TO BUY TICKETS VIA ONLINE APPLICATIONS OF GENERATION Z
ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล 2569 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ 794 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฏฐ์พงษ์ จันทชโลบล
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1. ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดและการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีและ2. ศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีโดยงานวิจัยในครั้งนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างคือผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีใช้วิธีสุ่มตัวอย่างที่ไม่อาศัยหลักความน่าจะเป็นประเภทการเลือกตัวอย่างตามความสะดวกเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีกลุ่มเจเนอเรชันซีเป็นจํานวนมากอยู่ในแพลตฟอร์มจํานวน400 คนใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ค่าความถี่ร้อยละค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติเชิงอนุมานได้แก่การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่า1. ภาพรวมของความคิดเห็นของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดอยู่ในระดับมากโดยด้านที่มากที่สุดคือด้านกระบวนการและด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพภาพรวมของระดับความคิดเห็นของการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้ตอบแบบสอบถามอยู่ในระดับมากโดยด้านที่มากที่สุดคือการตระหนักถึงปัญหาหรือความต้องการและ2. ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่าปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีมีทั้งหมด2 ปัจจัยคือปัจจัยด้านกระบวนการและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพส่งผลเชิงบวกต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่.01 ส่วนปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดด้านการส่งเสริมการตลาดส่งผลเชิงลบต่อการตัดสินใจซื้อบัตรโดยสารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้โดยสารกลุ่มเจเนอเรชันซีอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่.05
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Cultural Tourism: Factors Influencing the Transmission of Cultural and Culinary Heritage in Phuket,
ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน 2569 Geojournal of Tourism and Geosites 967 0 คณะวิทยาศาสตร์และเทค
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน
-
-
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 2
Designing a Mascot for University Sports Event: A Case Study of the 15th Sathorn Games at RMUTK.
ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน 2569 วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอน 965 0 คณะวิทยาศาสตร์และเทค
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลมาสคอตงานกีฬาสาธรเกมส์ครั้งที่ผ่านมา 2) ออกแบบมาสคอตสำหรับงานกีฬาสาธรเกมส์ ครั้งที่ 15 และ 3) ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อต้นแบบมาสคอตสำหรับงานกีฬาสาธรเกมส์ ครั้งที่ 15 เป็นการวิจัยผสมผสาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบประเมินความเหมาะสม และแบบสอบถามความพึงพอใจ ในการวิจัยเชิงคุณภาพ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 3 คน สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง และการวิจัยเชิงปริมาณ ประเมินความเหมาะสมรูปแบบมาสคอตโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ จำนวน 5 คน ประเมินความพึงพอใจที่มีต่อมาสคอตโดยนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 300 คน สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เก็บข้อมูลระบบออนไลน์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอในรูปแบบความเรียงบรรยาย ประกอบภาพและตาราง ผลการศึกษาพบว่า 1) รูปแบบมาสคอตในปัจจุบันมีจุดแข็งคือ มีรูปทรงหลากหลาย สอดคล้องกับงานกีฬา สีสันสะดุดตา จุดอ่อนคือไม่สื่อสารความหมาย จดจำไม่ได้ มีบุคลิกไม่ชัดเจน โอกาส คือใช้ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ อุปสรรคคือ นำไปต่อยอดเป็นของที่ระลึกอย่างอื่นน้อยมาก วัสดุไม่แข็งแรง 2) ผลการออกแบบมาสคอตสำหรับงานกีฬาสาธรเกมส์ ครั้งที่ 15 ได้ออกแบบ จำนวน 5 รูปแบบ ได้แก่ ชื่อ ยักษ์ไทย ต้นสาทร กระรอก น้องเทคนิค และเอเลี่ยน ผลการประเมินความเหมาะสมโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบมาสคอตชื่อว่า “น้องเทคนิค” มีความเหมาะสมมากที่สุด โดยมีคะแนนเฉลี่ยรวมทุกด้านในระดับมาก (𝑥̅ = 4.06 , S.D. = 0.21) และ 3) ผลการประเมินความพึงพอใจต่อต้นแบบของกลุ่มตัวอย่าง ในด้านความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม ง่ายต่อการจดจำ และสามารถนำไปใช้งานได้จริง มีความพึงพอใจระดับมาก (𝑥̅ = 4.44 , S.D. = 0.17)
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
The Development of Board Game to Enhance Cognitive Perception and Thinking Skills in Older Adults.
ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน 2569 วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม 957 0 คณะวิทยาศาสตร์และเทค
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.เสน่ห์ สำเภาเงิน
งานวิจัยนี้เปนการศึกษาปจจัยและแนวทางในการพัฒนาบอรดเกมเพื่อสงเสริมการรับรูและกระตุนการคิดสําหรับผูสูงอายุรวมไปทั้งผลิตตนแบบบอรดเกมและ นําไปทดลองเลนกับกลุมตัวอยางผูใหขอมูลประกอบดวยผูเชี่ยวชาญ จํานวน 5 คน และกลุมตัวอยาง คือ ผูสูงอายุเพศชายและหญิง อายุ 60 ปขึ้นไป จํานวน 30 คน คัดเลือกดวยวิธีการเจาะจง เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ไดแก แบบสอบถามประเมินความเหมาะสมของรูปแบบบอรดเกมและแบบสอบถามความพึงพอใจของผูใชผลการวิจัยพบวา ปจจัยสําคัญที่สงผลตอการออกแบบบอรดเกมสําหรับผูสูงอายุ ไดแก การกระตุนสมองและทักษะการคิด ความเพลิดเพลินที่กอใหเกิดความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี การสรางปฏิสัมพันธทางสังคม การเรียนรูสิ่งใหม ตลอดจนการออกแบบบอรดเกมที่เหมาะสมกับสรีระและความปลอดภัย จากการวิเคราะหขอมูลนําไปสูการพัฒนารูปแบบบอรดเกมจํานวน 5 รูปแบบ โดยรูปแบบที่ 3 ชื่อวา “หนอนแยงชิงกันกินใบไม” ไดรับการประเมินความเหมาะสมดวย คะแนนคาเฉลี่ยสูงสุดจากผูเชี่ยวชาญมีความเหมาะอยู ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.20, SD = 0.17) โดยเฉพาะดานการพัฒนาทักษะ การเรียนรู และการสรางปฏิสัมพันธทางสังคม เมื่อผลิตตนแบบบอรดเกมและนําไปทดลองใชเลนจริง พบวากลุมผูสูงอายุมีความพึงพอใจคาเฉลี่ยรวม อยู ในระดับมาก (𝑥̅ = 3.70, SD = 0.81) โดยเฉพาะดานประโยชนที่ ไดรับคะแนนสูงสุด ตามดวยดานการใชงานและความเพลิดเพลิ
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q1
Authenticity Matters: Linking CSR Motives, CSR-­ Company Fit, and Engagement in Emerging Market Reta
ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์ 2569 Corporate Social Responsibility and 780 0 คณะครุศาสตร์อุตสาหกร
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ดร.สกุลกาญจน์ วลีอิทธิภัสร์
เมื่อความตระหนักด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของค่านิยมผู้บริโภคภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 การทำความเข้าใจว่าผู้บริโภครับรู้และตีความ แรงจูงใจในการดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (Corporate Social Responsibility: CSR) ของศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตอย่างไร ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับการศึกษาไม่มากนัก การศึกษานี้อาศัย ทฤษฎีการอ้างเหตุ (Attribution Theory) เป็นกรอบแนวคิด โดยนำ ความแท้จริงของ CSR (CSR Authenticity) และ ความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กร (CSR-Company Fit) มาบูรณาการเข้ากับกรอบการรับรู้แรงจูงใจในการดำเนิน CSR เพื่อศึกษาว่าปัจจัยดังกล่าวมีอิทธิพลต่อ การมีส่วนร่วมของผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์ (Consumer Social Media Engagement) อย่างไร ผลการสำรวจข้อมูลจากตลาดเกิดใหม่พบว่า แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยค่านิยม (Value-Driven Motives) มีอิทธิพลต่อการรับรู้ความแท้จริงของ CSR มากที่สุด รองลงมาคือ แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder-Driven Motives) ขณะที่ แรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ขององค์กร (Egoistic-Driven Motives) และ แรงจูงใจเชิงกลยุทธ์ (Strategy-Driven Motives) ไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ความแท้จริงของ CSR ยังช่วยเพิ่มการรับรู้ถึงความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กร และมีอิทธิพลโดยตรงต่อการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยความสอดคล้องระหว่าง CSR กับองค์กรทำหน้าที่เป็น ตัวแปรส่งผ่านเชิงเสริม (Complementary Mediator) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ความแท้จริงของ CSR เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงการรับรู้แรงจูงใจในการดำเนิน CSR กับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค อีกทั้งยังช่วยขยายองค์ความรู้ของทฤษฎีการอ้างเหตุ โดยอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแรงจูงใจในการดำเนิน CSR แต่ละรูปแบบส่งผลต่อการตอบสนองของผู้บริโภคบนสื่อสังคมออนไลน์แตกต่างกันอย่างไร และนำเสนอข้อค้นพบใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการสื่อสาร CSR ในธุรกิจค้าปลีกของตลาดเกิดใหม่
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q4
HGT4REC: HYPERBOLIC GRAPH TRANSFORMER FOR SEQUENTIAL AND SOCIAL RECOMMENDATION
ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง 2569 Suranaree Journal of Science and Te 1,558 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.นิกร กรรณิกากลาง
Sequential behaviors and social ties jointly shape user preferences; however, most prior work models them in isolation and relies on shallow fusion in Euclidean space, which struggles to capture temporal drift and hierarchical social structure. We propose a novel framework; HGT4Rec, a Hyperbolic Graph Transformer for Sequential and Social Recommendation. A graph transformer encodes item-transition dependencies to track evolving preferences along the sequence, while a hyperbolic transformer operates on the social graph to represent long-range and hierarchical influence. We further introduce FusionGRU, an adaptive gating module that integrates the two representations into a unified preference state for Top-K prediction. Experiments on Yelp, iFashion, LastFM show that HGT4Rec delivers substantial improvements over the strongest baseline, achieving +348.22% / +314.86%, +383.21% / +210.19%, and +90.85% / +9.83% in Recall@10 and NDCG@10, respectively. Our results demonstrate the value of combining graph transformers with hyperbolic space modeling and the gated fusion for next-item recommendation in sequential and social settings (our code).
วารสารวิชาการ ระดับนานาชาติ (SCOPUS) Q3
Depression analysis using behavior tracking and facial expression recognition during PHQ-9 assessmen
ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา 2569 ICIC Express Letters 1,309 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.ณัฐรฐนนท์ กานต์รวีกุลธนา
The objective of this research is to comparatively study the analysis of depression potentiality from videos recorded during PHQ-9 assessment and clinical psychologists’ expertise (psychometric) in major depression disorder diagnosis by implementing experimental research from three subject groups. The subjects were selected by using the purposive sampling method, and they consented according to the Human Research Ethics Committee. In addition, the data were collected via experimentation at the Psychiatry and Drug Addiction Subdivision of the hospital by using a research tool created from the application of facial expression recognition pre-training model, user behavior tracking, and PHQ-9 questionnaire in accordance with clinical manifestations. The relationship between PHQ-9 questions and the subjects’ emotions, which occurred while they are taking the questionnaires, are analyzed by using correlation statistics. After that, the results are compared by three clinical psychologists who have been specializing in depression diagnosis for more than seven years. The relationship exhibits the following interesting outcomes: 1) The correlation result showed a significant relationship between PHQ-9, emotion, behavior tracking, and reaction time with real subjects (Experimental group) but not significant with fake subjects (Experimental excluded group); and 2) Most of the emotions derived from the experiment have similar trends. To elaborate, the untreated subjects and the subjects who are undergoing treatment are prone to sadness, whereas the normal subjects tend to be happy, and the result barely has a relationship with PHQ-9