พบ 4 รายการ (ค้นหา: "ราคาหลักทรัพย์")
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
THE INFLUENCE OF FINANCIAL RATIOS ONTHESTOCK PRICESOF REAL ESTATE DEVELOPMENT COMPANIES LISTED ON TH
นางสาวสุกัณยา กิตติคุณงาม 2569 วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ 2,076 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : นางสาวสุกัณยา กิตติคุณงาม
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของอัตราส่วนทางการเงินต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้ข้อมูลจากงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินตั้งแต่ไตรมาสที่ 1-4 พ.ศ. 2558-2567 จํานวน200 ตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้ข้อมูลประเภททุติยภูมิโดยนําข้อมูลกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาจัดรูปแบบและเรียงลําดับระยะเวลา แหล่งข้อมูลมาจากดัชนีราคาหลักทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่แบบจําลองการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณและวิธีสมการถดถอย ในการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินทั้ง 5 ประเภทกับราคาหลักทรัพย์ได้แก่ 1) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาจํากัด(มหาชน) ร้อยละ 69 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 2) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 66 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 3) อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้(ประเทศไทย) จํากัด(มหาชน) ร้อยละ 15 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 4) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนและอัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวมสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทศุภาลัยจํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 64 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 99 และ5) อัตราส่วนทุนหมุนเวียนสามารถอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์บริษัทเอพี(ไทยแลนด์) จํากัด(มหาชน) ได้ร้อยละ 90 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 1
The Relationship Between Firm Value and Stock Prices of Listed Companies in the Stock Exchange of Th
นางสาวสุกัณยา กิตติคุณงาม 2569 วารสารศิลปศาสตร์ มทร.กรุงเทพ 2,145 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2569  |  เจ้าของผลงาน : นางสาวสุกัณยา กิตติคุณงาม
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินปัจจัยทางการเงินในภาพรวม ศึกษามูลค่ากิจการ เปรียบเทียบกลุ่มปัจจัยด้านกําไรกับประเมินมูลค่า ที่มีความสัมพันธ์ต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัทยั่งยืน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บมจ.ธนาคารกรุงไทย (KTB) บมจ.ปตท. (PTT) และ บมจ.ปตท.สผ. (PTTEP) ดําเนินการเก็บข้อมูลรายไตรมาส พ.ศ. 2558-2567 วิเคราะห์แบบจําลอง Panel Econometricsพบว่า อัตรากําไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราส่วนกําไรสุทธิ (NPM) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% ส่วนกําไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% แบบจําลอง Fixed Effects จึงเหมาะสมมากกว่า Pooled OLS และประเมินปัจจัยทางการเงินได้ 79% ความสัมพันธ์ระหว่างTOBINS’Q กับราคาหลักทรัพย์ BBL พบว่า EPS และอัตราส่วนราคาต่อกําไร (P/E ratio) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ส่วน EBIT มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% KBANK พบว่า P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ NPM และ ROA มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ 90% ตามลําดับ KTBพบว่า EPS และ P/E ratio มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTT พบว่า EBIT, P/E ratio และอัตราการจ่ายเงินปันผล (DPR) มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% PTTEP พบว่า EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ P/E ratio และ NPM มีความสัมพันธ์เชิงลบต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% 95% และ 99% ตามลําดับ การเปรียบเทียบพบว่า กลุ่มปัจจัยด้านกําไร ได้แก่ EBIT มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99% และ EPS มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 95% กลุ่มประเมินมูลค่า DPR มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อราคาหลักทรัพย์ ความเชื่อมั่น 99%
วารสารวิชาการ ระดับชาติ (TCI) TCI กลุ่ม 3
RATE OF RETURN AND RISKANALYSIS INTHETOURISMANDLEISUREBUSINESS SECTOR
ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ 2565 วารสารศิลปศาสตร์ มทร.กรุงเทพ 472 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : วารสารวิชาการ  |  ปี : 2565  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของหลักทรัพย์หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย2) เพื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของหลักทรัพย์หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการกับอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย3) เพื่อศึกษาค่าสัมประสิทธิ์เบต้าของหลักทรัพย์หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ โดยใช้แบบจําลองการกําหนดราคาหลักทรัพย์ (Capital Asset Pricing Model: CAPM) หลักทรัพย์ที่ใช้ในการศึกษา คือ หลักทรัพย์หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการจํานวน 13หลักทรัพย์ ประกอบด้วยASIA,CENTEL, CSR, DTC, ERW, GRAND, LRH, MANLIN, OHTL, SHANG, SHR, ROH, VRANDA โดยใช้ข้อมูลราคาปิดของหลักทรัพย์ทั้ง 13ตัวในแต่ละวัน รวมระยะเวลา 267วันทําการ ตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม 2562ถึงวันที่ 31กรกฎาคม 2563 ผลการศึกษาพบว่า หลักทรัพย์ในหมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการที่นักลงทุนควรตัดสินใจลงทุน มีจํานวน 4หลักทรัพย์ คือ CSR, ERW, OHTL, และ ROHโดยหลักทรัพย์เหล่านี้มีมูลค่าต่ํากว่าที่ควรจะเป็น (Undervalued)ส่วนหลักทรัพย์ที่นักลงทุนไม่ควรตัดสินใจลงทุนมีจํานวน 9หลักทรัพย์คือ ASIA, CENTEL, DTC, GRAND, LRH, MANRIN, SHANG, SHR และ VRANDAเพราะเป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่าที่ควรจะเป็น (Undervalued)
บทความประชุมวิชาการ ระดับชาติ
The Factors Affecting The Stock Price Index of Transport and Logistics in The Stock Exchange of Thai
ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ 2565 385 0 คณะบริหารธุรกิจ
Collection : บทความประชุมวิชาการ  |  ปี : 2565  |  เจ้าของผลงาน : ผศ.ดร.อธิพันธ์ วรรณสุริยะ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบด้วย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และดัชนีราคาสินค้าเข้า-ออกเปรียบเทียบ ใช้ข้อมูลทุติยภูมิรายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2559 ถึงเดือนกรกฎาคม ปี 2564 รวมทั้งสิ้น 67 เดือน วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ด้วยสมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression) ผลการศึกษาพบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และดัชนีราคาสินค้าเข้า-ออกเปรียบเทียบ มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไม่มีผลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์ในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย