คอลเล็กชัน (Collections)
พบ 2 รายการ
(ค้นหา: "การทำงานที่บ้าน")
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
The Influence of Transformational Leadership on Work-Related Stress and Burnout of 3 Workplaces (WFH
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อระบุรูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อความเครียดจากการทำงานและภาวะหมดไฟในการทำงาน (2) เพื่อระบุอิทธิพลของรูปแบบการทำงานในแต่ละสถานที่ที่ส่งผลต่อความเครียดจากการทำงานและภาวะการหมดไฟในการทำงาน และ (3) เพื่อพรรณนารูปแบบภาวะผู้นำและรูปแบบในการทำงานและนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารจัดการ เป็นกระบวนการสร้างมโนทัศน์ในการดำเนินการวิจัยโดยมีกรอบแนวคิดที่ใช้คือแนวคิดภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการทำงานในสถานที่ต่าง ๆ ความเครียดจากการทำงาน และภาวะหมดไฟในการทำงาน ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ(Quantitative research) โดยเก็บข้อมูลจากบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในองค์การที่ปฏิบัติงานด้วยรูปแบบต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น เครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลคือการวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้าง (Structural equation modeling) ผลการศึกษาจากการทบทวนวรรณกรรมได้มาซึ่งคำถามการวิจัยประกอบด้วย (1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีอิทธิพลต่อความเครียดในการทำงาน (2) ความเครียดในการทางานมีอิทธิพลต่อภาวะหมดไฟในการทำงาน และ (3) รูปแบบการทำงาน มีอิทธิพลและเป็นตัวแปรปรับ (Moderator) ระหว่างความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและความเครียดจากการทำงาน
บทความประชุมวิชาการ
ระดับชาติ
Work from Home: New Normal Administration Policy to Establish a Quality of Work Life or The Risking
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนประเด็นเรื่องการกาหนดนโยบายให้บุคลากรภายใน
องค์การท างานที่บ้าน เพื่อน าเสนอประเด็นที่องค์การต้องท าการปรับตัวในด้านการด าเนินนโยบายการ
บริหารงาน เนื่องจากแม้การท างานที่บ้านจะสร้างให้เกิดความสมดุลระหว่างชีวิตการท างานและชีวิตส่วนบุคคล
เพิ่มผลการปฏิบัติงานของบุคลากร อย่างไรก็ตามการดาเนินนโยบายทางานที่บ้านยังมีข้อจากัดที่สามารถทาให้
บุคลากรเกิดความเครียดจากการทางานและน าไปสู่ภาวะการหมดไฟในการทางานของบุคลากรได้ ในบทความ
วิชาการนี้ จะใช้กรอบแนวคิดเกี่ ยวกับคุณภาพชีวิตการท างานและการหมดไฟในการท างานเพื่ อตอบ
วัตถุประสงค์ ดังนั้นจึงขอเสนอประเด็นหลักที่ได้จากการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ดังนี้ ประเด็นที่ 1 การท างาน
ที่บ้านอาจท าให้บุคลากรไม่สามารถ “ปิดสวิตช์” การท างานของตนเองได้เต็มที่ สร้างความไม่ชัดเจนใน
ขอบเขตชีวิตการทางานและชีวิตส่วนบุคคล ประเด็นที่ 2 นโยบายการทางานที่บ้านสร้างระบบการควบคุมที่
เข้มงวดมากขึ้น เกิดความเครียดจากการทางานมากขึ้น และประเด็นที่ 3 เมื่อความเครียดจากการท างาน
มากขึ้น ก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหมดไฟในการทางาน รวมถึงการออกจากงานในที่สุด พร้อมกับข้อเสนอแนะ
ดังนี้ ผู้บริหารที่ดาเนินนโยบายการทางานที่บ้าน ควรมองเห็นความสาคัญของการดูแลบุคลากร เพื่อป้องกันมิ
ให้เกิดภาวะหมดไฟในการทางานและสูญเสียทรัพยากรที่ส าคัญขององค์การ ด้วยการให้การสนับสนุนสิ่งจาเป็น
ในการปฏิบัติงานตามสมควร รวมถึงการมอบอานาจการตัดสินใจและสร้างระบบการควบคุมที่ไม่เข้มงวดจน
มากเกินไปเพื่อสร้างสมดุลในคุณภาพชีวิตการท างานและผลการปฏิบัติงานของบุคลากรเป็นส าคัญ